​เวียดนาม ตลาดปราบเซียน เหตุใดฟาสต์ฟูดตะวันตกแจ้งเกิดไม่ได้?

by SME Thailand 20 กย. 2018
Share:




 
 
     ธุรกิจ QSR (quick service restaurant) หรือที่เรียกว่า ธุรกิจฟาสต์ฟูดนั้น มีมูลค่ามหาศาลถึง 651,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบรนด์ดังแบรนด์ใหญ่อย่างแมคโดนัลด์และเบอร์เกอร์คิง ไม่ว่าขยายไปยังตลาดใด มักได้รับการต้อนรับ และธุรกิจเติบโตดี จวบจนปัจจุบัน ในกว่า 100 ประเทศ แมคโดนัลด์มีสาขา 36,000 แห่ง ขณะที่เบอร์เกอร์คิงมี 16,000 สาขา แต่มีอยู่ประเทศหนึ่งที่เชนฟาสต์ฟูดทั้งสองแบรนด์เพิ่งเข้าไปชิมลางได้ไม่กี่ปี และพบว่าเป็นตลาดที่เจาะยากมากในหมู่ผู้บริโภคท้องถิ่น ส่งผลให้อัตราการเติบโตของธุรกิจชะลอตัวมากถึงมากที่สุด ประเทศที่ว่าคือ เวียดนาม
               

     แมคโดนัลด์และเบอร์เกอร์คิงอาจประสบความสำเร็จในการละลายพฤติกรรมการกินของผู้บริโภคในตลาดจีนและญี่ปุ่น ทำให้ผู้บริโภคยอมรับอาหารตะวันตกมากขึ้น และธุรกิจเติบโตได้เร็ว แต่ที่เวียดนามนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ตอนที่แมคโดนัลด์เข้ามาเปิดสาขาแรกที่นครโฮจิมินห์เมื่อปี 2014 ผู้คนนับร้อยแห่เข้าคิวเป็นชั่วโมง เพื่อรอซื้อเบอร์เกอร์มาลิ้มลองตามที่เคยเห็นจากภาพยนต์ฮอลลีวู้ด แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความคึกคักก็ซาลงจนกลายเป็นเงียบเหงา จากที่แมคโดนัลด์เคยตั้งเป้าจะขยายธุรกิจในเวียดนามให้ครบ 100 ภายใน 10 ปี จนถึงขณะนี้ แมคโดนัลด์ในเวียดนามมีเพียง 17 สาขาเท่านั้น
               

     ด้านเบอร์เกอร์คิง เข้ามาเวียดนามเมื่อปี 2012 ด้วยเงินลงทุน  40 ล้านดอลลาร์ และหวังจะเปิดให้ได้ 60 สาขาภายในปี 2016 แต่นี่เลยกำหนดมา 2 ปีแล้ว เบอร์เกอร์คิงเพิ่งขยายได้ 13 สาขา ไม่ต่างจากซับเวย์ที่แม้จะเป็นแชมป์แฟรนไชส์ฟาสต์ฟูดที่มีสาขามากสุดในโลก แต่ในตลาดเวียดนามที่ซับเวย์เข้ามาตั้งแต่ปี 2011 จนถึงขณะนี้ 7 ปีผ่านไป ซับเวย์มีสาขาแค่ 7 แห่งและจำกัดเฉพาะในนครโฮจิมินห์เท่านั้น


Cr :McDonald’s Vietnam
               

     ข้อมูลระบุว่าแมคโดนัลด์และเบอร์เกอร์คิงมีส่วนแบ่งในตลาดฟาสต์ฟูดเวียดนามรวมกันเพียง 2.8% ขณะที่เคเอฟซีมีส่วนแบ่ง 4.4% และพิซซ่าฮัทครองมากหน่อย 21.3% ทำไมเวียดนามจึงเป็นตลาดที่เจาะยากเจาะเย็นขนาดนั้น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า เวียดนามเป็นประเทศที่กรำศึกสงครามมาอย่างต่อเนื่อง การที่โลกตะวันตกจะเข้ามาดำเนินธุรกิจจึงเป็นไปได้ยาก แม้สงครามสุดท้ายที่ต่อสู้กับอเมริกาจะสิ้นสุดเมื่อปี 1972 ก็ยังทิ้งช่วงไปอีกกว่า 2 ทศวรรษกว่าเวียดนามจะฟื้นฟูประเทศ และเปิดประตูรับนักลงทุนจากข้างนอกในปี 1995
               

     สิ่งที่เชนฟาสต์ฟูดจากสหรัฐฯ เผชิญคือการแข่งขันอย่างดุเดือด ทั้งจากร้านอาหารท้องถิ่นและร้านจากต่างประเทศที่หวังเข้ามายึดหัวหาดทั้งสิ้น อย่าลืมว่าเวียดนามเองก็มีวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง อาหารที่ได้ชื่อว่าเป็นฟาสต์ฟูดสไตล์เวียดๆ นั้นมีมากมาย โดดเด่นสุดได้แก่ เฝอ (ก๋วยเตี๋ยวน้ำ) และบั๋นหมี่ (แซนด์วิชเวียดนามที่ได้รับอิทธิพลจากยุคอาณานิคมฝรั่งเศส) ยังไม่รวมบรรดาข้าวราดแกง และขนมจีนหลากหลายแบบ จากสถิติ เวียดนามมีร้านอาหารประมาณ 540,000 ร้านค้า ในจำนวนนี้กว่า 430,000 ร้านเป็น street food หรือร้านข้างถนน มีเพียง 80,000 แห่งที่เป็นร้านอาหารแบบ full service และ 22,000 แห่งเป็นบาร์/คาเฟ่  สำหรับร้านฟาสต์ฟูดมีเพียง 7,000 แห่ง แน่นอนว่าหากนับเอาความสะดวก ผู้บริโภคย่อมเลือกร้านข้างถนนที่กระจายทั่วทุกตรอกซอกซอยเมื่อเทียบกับร้านฟาสต์ฟูดที่สาขาน้อยกว่ามาก
               

     นอกจากร้านข้างถนนจะสะดวกและหาง่าย ปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือ รสชาติและราคา หากไม่พูดถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว ฟาสต์ฟูดตะวันตกไม่ได้ถูกปากลูกค้าชาวเวียดนามนัก เพราะพวกเขาคุ้นชินกับเฝอและบั๋นหมี่มากกว่า จะดีหน่อยก็แบรนด์ฟาสต์ฟูด “จอลลี่บี” จากฟิลิปปินส์ที่ยังพอทำรายได้ ขยายสาขาได้ 80 กว่าสาขาเพราะรสชาติหวาน เผ็ด เค็ม และจัดจ้านกว่า อย่างไรก็แล้วแต่ เบอร์เกอร์หรือไก่ทอดก็ไม่ใช่อาหารที่ลูกค้าจะบริโภคได้ทุกวัน เนื่องจากราคาแพงกว่าอาหารข้างทางมาก เบอร์เกอร์ 1 ชิ้นอาจซื้อเฝอได้ 2-3 ชามเลยทีเดียว ผู้บริโภคเวียดนามจึงเทใจให้สตรีทฟูดบ้าน ๆ มากกว่า
               

     ไม่แปลกที่จะมีข้อมูลว่าชาวเวียดนามจ่ายเงินไปกับร้านอาหารท้องถิ่นถึง 78% และจ่ายให้กับร้านฟาสต์ฟูดแบรนด์นอกแค่ 1% เท่านั้น ช่วงระหว่างปี 2016-2018 จำนวนผู้บริโภคเวียดนามใช้บริการร้านฟาสต์ฟูดลดลง 31% และเดินเข้าร้านอาหารข้างทางมากขึ้น 70% อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีฟาสต์ฟูดจากต่างประเทศแบรนด์ไหนที่ถอดใจ ยังมีความพยายามจะปรับกลยุทธ์เพื่อเอาชนะใจผู้บริโภคท้องถิ่น อาทิ การปรับรสชาติให้ถูกปาก โดยเพิ่มเมนูที่ชาวเวียดนามคุ้นเคย เช่น ข้าวหมูย่างไข่ดาว และข้าวปลาทอด เป็นต้น แบรนด์ฟาสต์ฟูดสัญชาติอเมริกันจะอึดแค่ไหน จะสามารถพลิกกลยุทธ์จนพิชิตตลาดเวียดนามได้หรือไม่ คงต้องจับตาดู


อ้างอิง
www.cnbc.com/2018/09/13/mcdonalds-burger-king-vietnam-fast-food.html
https://english.vietnamnet.vn/fms/business/180988/foreign-fast-food-chains-show-underwhelming-performance-in-vietnam.html



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​มาเลย์เปลี่ยนสวนปาล์มหันปลูกทุเรียนส่งออกรับกระแส Durian fever ในจีน

จากความต้องการทุเรียนจากจีนที่เพิ่มขึ้นชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้มาเลเซียเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนสวนปาล์มน้ำมัน ให้กลายเป็นสวนทุเรียน..

by SME Thailand| 12 ธค. 2018

​​ค้าปลีกออนไลน์พ่นพิษ! หลังอเมซอนบุกตลาดสิงคโปร์ ทำห้างร้านซบเซา

ธุรกิจค้าปลีกในสิงค์โปรวันนี้กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก หลังจากอเมซอน อี-คอมเมิริร์ซระดับโลก มาเปิดบริการเมื่อปีที่ผ่านมา และกลายเป็นแอปพลิเคชั่น..

by SME Thailand| 07 ธค. 2018

​มาเลย์คิดนวัตกรรมใหม่ “สติกเกอร์ชะลอผลไม้สุก” แค่แปะก็หมดปัญหาเน่าเสีย! ก่อนได้กิน

ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร คือ กว่าที่ผักผลไม้จะผ่านกระบวนการซัพพลายเชนจนถึงปลายทางผู้บริโภค ด้วยเวลาที่เนิ่นนาน อาจเกิดเหตุการณ..

by SME Thailand| 06 ธค. 2018