​เปิดกลยุทธ์ Rebranding สไตล์ทายาท Gen Y ธุรกิจเครื่องเทศดั่งเดิมในสิงคโปร์

by SME Thailand 20 สค. 2018
Share:




Cr : vulcanpost.com
 
               
     หลายๆ ครั้งเราพบว่าการส่งมอบกิจการในครอบครัวที่ดำเนินมาช้านานให้กับรุ่นต่อไปดูแล หากทายาทมีความสามารถ ธุรกิจมักได้รับการต่อยอดจนเติบโตและพัฒนาไปตามยุคสมัย สร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกันในแต่ละรุ่น เช่นเดียวกับกรณี  Anthony The Spice Maker ร้านเครื่องเทศและเครื่องแกงคุณภาพดีในสิงคโปร์ ธุรกิจนี้ดำเนินมาเป็นปีที่ 39 แล้ว โดยมี แจ็ค เลียว ชายหนุ่มวัย 28 ปี ผู้สะสมรอยสักเต็มตัวเป็นทายาทรุ่น 3 รับหน้าที่ดูแลธุรกิจ
               

     แจ็คเล่าว่าเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว คุณปู่เป็นผู้ริเริ่มธุรกิจ โดยมองว่าชาวสิงคโปร์นิยมทำอาหารทานเองที่บ้าน เครื่องเทศน่าจะเป็นวัตถุดิบที่เป็นที่ต้องการ โดยที่ไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับสินค้าที่ต้องการจะขาย คุณปู่ได้ส่งคนในครอบครัวคือ ย่า และลุงของแจ็คไปเรียนรู้จากพ่อค้าเครื่องเทศชาวอินเดียที่ตลาด Tekka หลังจากนั้นในปี 1979 แผงลอยจำหน่ายเครื่องเทศในตลาดก็เปิดดำเนินการ และเป็นไปตามคาด ธุรกิจดำเนินมาเรื่อยและได้รับการตอบรับดี
               

     กระทั่งมาถึงยุคคุณพ่อของแจ็คซึ่งตอนนั้นอายุ 20 กว่าได้เข้ามารับผิดชอบแผงลอยต่อจากปู่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือจากแผงลอยในตลาดสดได้ย้ายมาเปิดเป็นร้านที่ Chinatown Complex และมีการสร้างแบรนด์ โดยนำชื่อตัวเองมาตั้งชื่อร้าน Anthony The Spice Maker พร้อมกับต่อยอดผลิตภัณฑ์จากเครื่องเทศที่แยกขายเป็นอย่างๆ ก็มีการนำเครื่องเทศหลายชนิดมาผสม กลายเป็นเครื่องเทศและเครื่องแกงสำเร็จรูปพร้อมปรุง
               

     แจ็คเล่าว่าลูกค้าที่ร้านมีหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งมาเลย์ ฮกเกี้ยน  ไหหลำ เปรานากัน และอินเดีย สูตรการผสมเครื่องเทศ ก็ได้มาจากลูกค้าเหล่านี้นี่เอง เมื่อลูกค้ามาซื้อเครื่องเทศ แอนโทนี่ บิดาของแจ็คจะคอยถามว่าซื้อไปทำอะไร และสอบถามวิธีทำจากลูกค้า จากนั้นก็มาผสมเอง ได้เป็นสูตรเฉพาะ แล้วแบ่งใส่ถุงพลาสติกมัดด้วยหนังยาง  วางจำหน่ายพร้อมกับสินค้าเดิมที่เป็นเครื่องเทศ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องมาซื้อเครื่องเทศทีละหลายชนิดเพื่อไปผสมเอง    


     แจ็คเล่าอีกว่าเขาไม่เคยมีความสนใจในธุรกิจนี้แม้แต่น้อย อาชีพที่เขาอยากเป็นในวัยเด็กคือ นักผจญเพลิง หรือไม่ก็ตำรวจ แต่เมื่อโตขึ้น เขาก็เปลี่ยนไปสนใจงานศิลปะ เช่น วาดภาพ และถ่ายภาพ และฝันยากประกอบอาชีพศิลปินแนวแอบสแต็ค แต่ท้ายที่สุด เขาได้รับมอบหมายจากบิดาให้เข้ามารับช่วงธุรกิจร้าน Anthony The Spice Maker แจ็คก็เหมือนกับปู่ของเขาในช่วงเริ่มต้นที่ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจ ไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับเครื่องเทศ สิ่งเดียวที่แจ็คถนัด คือการขายเพราะเขาชอบพูดคุยกับลูกค้า
               

     อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของแจ็คซึ่งเป็นคนในกลุ่มมิลเลนเนี่ยมหรือ Gen Y ไม่ใช่ว่าไม่ชอบทำธุรกิจแล้วจะบริหารไม่ได้ มันเป็นเรื่องของความรู้ คือรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโต หากพูดถึงการพัฒนาสินค้า แจ็คโฟกัสไปที่ทำอย่างไรให้สินค้ามีราคาถูกลง แต่ยังคงคุณภาพดังเดิม เพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น จะปรับบรรจุภัณฑ์อย่างไรให้ดูดีและดึงดูดให้ลูกค้าหยิบ ตั้งแต่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลร้าน แจ็คได้ทำการ rebranding เพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่หลายอย่าง
                 

     อย่างแรกคือ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ที่ผ่านมาทางร้านใช้ถุงพลาสติกมัดหนังยาง ซึ่งไม่เหมาะสมกับตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องเทศเกรดดีคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า แจ็คจึงเปลี่ยนเป็นซองสีน้ำตาลมีซิปล็อค ส่วนเครื่องแกงก็บรรจุกระปุกพลาสติกใสที่ใช้เป็นถ้วยตวงน้ำได้ ต่อมาคือการเป็นฝ่ายรุก แทนที่จะอยู่กับที่ก็เข้าหาลูกค้ามากขึ้น โดยการขยายสาขาเพิ่ม สาขา 2 ไปเปิดที่เขตเมืองใหม่อันโมเกียว ร้าน Anthony The Spice Maker ฉีกภาพลักษณ์เดิมของการเป็นร้านโชห่วยอย่างสิ้นเชิง โดยมีการจัดแต่งร้านให้ดูเรียบง่ายแต่คลาสสิคตามแบบร้านมูจิ ชั้นโชว์เครื่องเทศเป็นไม้ ไฟส่องสว่างโทนส้มให้บรรยากาศอบอุ่น สินค้าจัดวางเป็นระเบียบ เรียกว่าหากไม่บอกเป็นร้านเครื่องเทศ อาจมีการเข้าใจผิดได้
 
 

แจ็คขณะไปออกบู้ทขายสินค้า  Cr. vulcanpost.com
        
     
     นอกจากการเปิดสาขาใหม่ แจ็คยังเข้าถึงลูกค้าด้วยการไปออกบู้ธ ออกงานอีเวนต์ต่างๆ  หรือแม้กระทั่งไปตั้งโต๊ะขายตามตลาดนัดก็ทำ และยังมีความพยายามจะผลักดันสินค้าของร้านให้วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งตอนนี้ประสบความสำเร็จในการเข้าไปอยู่ใน Huber’s Butchery ซูเปอร์มาร์เก็ตจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ใหญ่สุดของสิงคโปร์ ล่าสุดที่กำลังทำคือการสร้างช่องทางเพื่อโพสต์คลิปแจกสูตร สาธิตการปรุงอาหารโดยใช้ผลิตภัณฑ์ของทางร้าน
               

     จากเดิมที่ลูกค้าเป็นเพียงกลุ่มแม่บ้าน คุณน้า คุณป้า ก็ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ พ่อแม่วัยหนุ่มสาว รวมไปถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในสิงคโปร์ ซึ่งกลุ่มลูกค้าใหม่หันมาเข้าครัวปรุงอาหารเองมากขึ้น เนื่องเพราะปัจจัยต่างๆ เช่น ต้องการประหยัดเพราะค้าใช้จ่ายในการทานอาหารนอกบ้านค่อนข้างแพง หรือต้องการอาหารเพื่อสุขภาพแบบทำเองในบ้านไม่เติมผงชูรสหรือสารกันบูด แต่ครั้นจะซื้อเครื่องเทศมาผสมหรือทำเครื่องแกงเองก็ไม่สะดวก สินค้าของ Anthony The Spice Maker จึงตอบโจทย์ตรงนี้คือทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
               

     ถามถึงแผนธุรกิจในอนาคต แจ็คผู้เข้ามาพลิกโฉม Anthony The Spice Maker กล่าวว่าเขาไม่ได้วางแผนใดๆ ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของเขาคือทำปัจจุบันให้ดีที่สุด สินค้าคุณภาพดีขายตัวมันเองได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ก็ค่อยแก้ไปทีละเปาะ
 

ที่มา
https://vulcanpost.com/641487/anthony-the-spice-maker-singapore/
                                                 
Share:

Related Articles

​เบื้องหลังการแจ้งเกิด “Augustinus Bader” แบรนด์สกินแคร์น้องใหม่ที่ดาราฮอลลีวู้ดแห่สนับสนุน

การจะทำให้แบรนด์สกินแคร์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการตลาดขั้นเทพเข้าช่วย แต่เชื่อไหมว่ามีสกินแคร์อยู่แบรนด์หนึ่งที่เพิ่งเปิ..

by SME Thailand| 19 พย. 2018

​หนุ่มญี่ปุ่นสำอางขึ้น แบรนด์แห่เปิดตัวสินค้าคอสเมติกชายรองรับ!

ตลาดเครื่องสำอางในประเทศญี่ปุ่นที่คึกคักสุดในเวลานี้ เห็นจะเป็นหมวดหมู่เครื่องสำอางสำหรับสุภาพบุรุษ เรียกได้ว่าเป็นสินค้าแจ้งเกิดในตลาดก็ว่าได้ หลัง..

by SME Thailand| 16 พย. 2018

​สวรรค์ของนักชิม ดินแดนแห่ง food souvenir...อีกมุมในความเป็น สิงคโปร์

สิงคโปร์ นอกจากพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินและธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังวางตำแหน่งประเทศให้เป็นสวรรค์ของนักชิม และเป็นแหล่งรวมขอ..

by SME Thailand| 15 พย. 2018