​ซูเปอร์ฯ ยอดพุ่ง แต่ร้านอาหารซบเซา! หลังเกาหลีลดชั่วโมงทำงาน

by SME Thailand 31 กค. 2018
Share:




ร้านอาหารในกรุงโซลร้างลูกค้าแม้จะเป็นช่วง 1 ทุ่มซึ่งเวลาที่ขายดีสุด cr.asia.nikkei.com

 
 
     เพิ่งจะมีผลไปไม่นาน แต่ดูเหมือนกฎหมายลดชั่วโมงการทำงานที่รัฐบาลเกาหลีใต้บังคับใช้เมื่อ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาจะพ่นพิษแล้วเมื่อบรรดาร้านอาหารและบาร์ รวมถึงร้านสะดวกซื้อพากันบ่นระนาว เนื่องจากลูกค้าหาย ยอดขายหด พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปกระทบด้านลบต่อธุรกิจบันเทิง (ผับ/บาร์) ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ แต่ในขณะเดียวกันกลับส่งผลดีต่อซูเปอร์มาร์เก็ตและธุรกิจจำหน่ายอาหารสดออนไลน์ เนื่องเพราะชั่วโมงการทำงานที่น้อยลงทำให้ผู้คนกลับบ้านเร็วและมีเวลามากขึ้นในการเข้าครัวทำอาหารเอง
 
 
     ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) ระบุเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ประชาชนมีชั่วโมงการทำงานมากที่สุดในเอเชีย และมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเม็กซิโก ทั้งนี้ ชาวเกาหลีใต้ทำงานเฉลี่ย 2,069 ชั่วโมงต่อปี หรือ 68 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นผลให้รัฐบาลต้องเร่งหาทางแก้ไข โดยเมื่อเดือนมี.ค.ปีนี้ มีการผ่านร่างกฎหมายลดชั่วโมงการทำงานจาก 68 ชั่วโมงลงเหลือ 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนก.ค. ปีเดียวกัน
 
               
     กฎหมายดังกล่าวที่ถูกผลักดันออกมา นอกจากเพื่อแก้ปัญหาโรคติดงานหรืออาการบ้างาน (workaholic) ในหมู่ประชาชนแล้ว ยังมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่ม productivity หรือประสิทธิภาพในการผลิต และกระตุ้นให้ประชาชนมีบุตรอีกด้วย อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่กฎหมายนี้บังคับใช้ ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานออฟฟิศและคนงานตามโรงงานต่างๆ ก็เปลี่ยนไป คือต่างพากันกลับถึงบ้านเร็วขึ้น เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ใช้วิธีปิดระบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติที่เวลา 17.30 น. ดังนั้น แม้จะอยู่ที่ทำงานต่อ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะทำงานไม่ได้
               
 
     พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเช่นนั้น ยังผลให้ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญกับวิกฤติที่หนักหน่วงขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านั้นก็มีปัญหาเรื่องการเพิ่มค่าแรงทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และก่อนออกกฎหมายลดชั่วโมงทำงาน รัฐก็ได้ผ่านกฎหมายอีกฉบับก่อนหน้า เป็นกฎหมายต่อต้านการทุจริตในหมู่ข้าราชการ ทำให้รัฐบาลเข้มงวดกับการรับมอบของขวัญของกำนัล รวมไปถึงการไปร่วมงานเลี้ยงหรืองานสังสรรค์ต่างๆ เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดเกาหลีใต้ เล่าว่ายอดขายช่วงกลางวันไม่กระทบมากนัก และช่วงเย็นหรือช่วงกลางคืน ลูกค้าหายไปเยอะ ยอดขายหดลง 20-30% ทางร้านจึงวางแผนจะลดต้นทุนโดยการติดตั้งเครื่องจำหน่ายคูปองสั่งอาหาร เพราะจะได้ลดการจ้างพนักงานทำงานในร้าน
               
  
     ไม่เพียงร้านอาหารและผับบาร์ที่ซบเซา ร้านสะดวกซื้อที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมงเองก็โดนหางเลขด้วยเช่นกัน วัดได้จากยอดขายที่ลดลง จึงทำให้หลายฝ่ายเริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเพราะมีความเป็นไปได้ที่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอาจเข้าสู่ภาวะล้มละลายและปิดตัวลง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจที่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม สวนทางกับธุรกิจเหล่าที่กล่าวมา การที่ประชาชนใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้นกลับทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ตและเว็บอี-คอมเมิร์ซที่ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าสดออนไลน์คึกคัก
               
 
     ผู้บริหารลอตเต้ เชนห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้กล่าวว่าแม้ยังไม่มีตัวเลขแน่นอนแต่ยอดขายอาหารสด เช่น ปลา และเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลจากประชาชนกลับถึงบ้านเร็วจึงมีเวลาทำอาหาร ขณะที่อี-คอมเมิร์ซ eBay Gmarket เผย หลังกฎหมายนี้ออกมาเพียง 1 สัปดาห์ ยอดจำหน่ายเนื้อนำเข้าและกิมจิพุ่งขึ้น 88% และ 36% ตามลำดับ เรียกได้ว่ากฎหมายลดชั่วโมงการทำงานของเกาหลีใต้สร้างแรงกระเพื่อมทั้งด้านบวกและด้านลบต่อธุรกิจต่างๆ   ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบก็ต้องหาวิธีปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ไม่เช่นนั้นก็อาจต้องม้วนเสื่อพับกิจการไป


 
ที่มา : https://asia.nikkei.com/Economy/Shorter-office-hours-push-South-Koreans-to-home-cooking



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​ยิมบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า แค่พลิกคอนเซปต์ก็กลายเป็นธุรกิจทำเงิน

หลายคนอาจจะคุ้นชินกับยิมออกกำลังกาย แบบที่เน้นการบริหารร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นคาร์ดิโอ หรือบอดี้เวท แต่วันนี้มีไอเดียใหม่เกิดขึ้น นั่นคือ ยิมบริหารกล้า..

by SME Thailand| 22 ตค. 2018

​จีนเปิดตัวรถขายอาหารพร้อมครัวสะดวกกินแข่งร้านสะดวกซื้อ

การรวมกันระหว่าง “ครัวสะดวกทาน” กับ “รถจำหน่ายอาหาร” กำลังถูกมองว่าเป็นรูปแบบใหม่ของร้านสะดวกซื้อในอนาคตของประเทศจีนแค่ลูกค้าคลิกสั่งผ่านแอปพลิเคชั่..

by SME Thailand| 03 ตค. 2018

​จับตา e-Commerce หนุนการค้าชายแดนโต 2 เท่าในปี 2566

ด้วยปัจจุบัน e-Commerce มีการขยายตัวอย่างมากและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตข้างหน้า ซึ่งไม่ได้หนุนการค้าให้เติบโตแค่ในประเทศเท่านั้น ว..

by SME Thailand| 01 ตค. 2018