​เปิดประสบการณ์ SME ในเมืองแขก โดยแอดมินเพจ “เรื่องเล่าจากสะใภ้อินเดีย”

by SME Thailand 04 กค. 2018
Share:






     ด้วยความที่ตัวเองเป็นแฟนเพจเกี่ยวกับอินเดียอยู่หลายเพจ ก็ตามอ่านข้อมูลประดับเป็นความรู้ แต่ไปสะดุดอยู่เพจหนึ่งที่แอดมินเป็นสตรีไทยย้ายนิวาสถานไปอยู่อินเดีย ใกล้เมืองหลวงนิวเดลี เนื่องเพราะแต่งงานกับหนุ่มภารตะ นอกจากการเล่าเรื่องการใช้ชีวิตทั่วไปของแอดมินเพจ “เรื่องเล่าจากสะใภ้อินเดีย” ที่นอกเหนือจากเป็นแม่บ้าน ยังสวมหมวกอีกในในฐานะผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในอินเดีย เลยเห็นว่าน่าสนใจจึงอินบ็อกซ์ไปสอบถามและขอความรู้เป็นแนวทางให้ผู้อ่านที่สนใจตลาดอินเดียได้ศึกษากัน
               

     “แอดเริ่มทำจากที่ไม่รู้เรื่องธุรกิจเลย  ตามเพื่อนมาออกงาน Thailand Exhibition ครั้งแรกที่มุมไบปี 2005 จากนั้นก็ไปออกงานกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและออแกไนซ์เอกชน เดินทางไป 40 กว่าประเทศ ทั้งทางยุโรป เอเชีย แอฟริกา อาหรับ แต่มาสรุปประเทศหลักคือ จีนและอินเดีย  มาหลังๆ นี้เน้นอินเดียจริงจังแค่ประเทศเดียวไม่ได้ไปประเทศอื่นอีก ทำการค้าโดยการออกงานแสดงสินค้าในอินเดีย  และนำทีมผู้ประกอบการในนามสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทยไปร่วมงานของรัฐบาลอินเดียรัฐต่างๆ” เป็นคำบอกเล่าของแอดมิน   
               

     ก่อนหน้านั้นแอดมินได้เล่าในเพจว่าตนเองไม่รู้เรื่องธุรกิจมาก่อนและไม่ชอบการขายของที่สุด แต่มีเพื่อนชักนำและช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ เริ่มจากนำสินค้าไทยใส่กระเป๋าเดินทางหิ้วข้ามประเทศเข้ามา ต้องลุ้นทุกเที่ยวที่เดินผ่านศุลกากร มีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้ของผ่านได้ที่สนามบิน จนตอนหลังเริ่มขยายใหญ่ขึ้น และเปลี่ยนไปส่งของทางเรือรวมตู้กับผู้ส่งออกรายอื่นๆ ในกลุ่ม รวมถึงเสียภาษีนำเข้าอินเดียถูกต้อง
               

     หลังจากธุรกิจไปได้สวย จากที่เคยเก็บสินค้าไว้ที่บ้านสามี ก็เช่าโกดังไว้เก็บของ เพื่อขายให้ลูกค้าได้ทันทีที่สั่งของ แต่เส้นทางการทำงานนั้นไม่ได้เรียบลื่นสบายเสมอไป ทำส่งออกนำเข้ามีอุปสรรคให้ต้องแก้ไขอยู่ตลอด


     “มีหลายคนอินบ๊อกซ์มาปรึกษา ว่าจะไปอยู่อินเดียและกลัวการเป็นแม่บ้าน อยู่บ้านเฉยๆ อยากหารายได้เสริมด้วยการนำสินค้าไทยไปขาย บางคนมองหาช่องทางได้ แต่ทำไม่ได้ เพราะสามีไม่อนุญาตให้ทำ บางคนไม่มีทุน บางคนไม่มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจมาก่อน ที่พูดมาทั้งหมด แอดก็มีปัญหาพวกนี้มาก่อนทั้งนั้น แต่ถ้าจะทำให้ได้ มันก็ต้องทำให้ได้ สิ่งที่ยากก่อนจะทำอะไร คือการทำใจว่าเมื่อไหร่ใจพร้อมจะเริ่มทำ”
               

     จากประสบการณ์ของแอดมินเพจ “เรื่องเล่าจากสะใภ้อินเดีย” สินค้าไทยที่คนอินเดียนิยมได้แก่ เครื่องประดับ สินค้าเกี่ยวกับสปา ความงาม ของแต่งบ้าน สำหรับเครื่องสำอาง เสื้อผ้า และอาหารก็ได้รับนิยม แต่การนำเข้าประเทศอินเดียค่อนข้างยุ่งยาก ตัวแอดมินเองก็ต้องการขยายธุรกิจจากของแต่งบ้านและของใช้ไปสู่ธุรกิจอาหาร แต่การจะนำสินค้าอาหารจากไทยต้องมีความรัดกุมในเรื่องกฎระเบียบนำเข้าอาหารไปขายในอินเดีย เนื่องจากการจัดการเรื่องเอกสารการนำเข้าเพื่อผ่านพิธีศุลกากรค่อนข้างยุ่งยาก
               

     สำหรับเป็นสินค้าทั่วไปนั้น การขนส่งทางเรือ ทางเครื่องบินจะมีปัญหาไม่มากนัก แต่หากเป็นสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง หรือสิ่งที่ใช้เกี่ยวกับร่างกายต้องแน่นเรื่องเอกสาร เพราะตอนตรวจสินค้าเพื่อเคลียร์ตู้ตอนนำสินค้าเข้า ถ้าเอกสารไม่ตรงกับสินค้า ศุลกากรจะไม่อนุญาตให้นำสินค้าเข้าและต้องเสียเงินทำลายสินค้าด้วย ดังนั้น ในการทำเอกสารต้องตรวจสอบให้ดีว่าตรงกับสินค้า มิเช่นนั้นอาจทำให้เสียเวลาและเสียหายได้
               

     ว่ากันถึงความชอบของลูกค้าอินเดีย สำหรับกลุ่มที่อยู่ในเมืองหลวงนิวเดลี เป็นกลุ่มที่ต้องการสินค้าเกรดดีมีรสนิยม โดยรวมผู้หญิงเดินช้อปปิ้งมากกว่าผู้ชาย  ต่างจากเมืองรองที่ปัจจัยเรื่องราคามีผลต่อการตัดสินใจซื้อพอสมควร  แต่ถ้าอธิบายลูกค้าว่าเป็นสินค้านำเข้า  ลูกค้าก็จะตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นถึงแม้สินค้าจะมีราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไปในตลาด ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่นำสินค้าเข้ามาขายในอินเดีย บางทีจะมีลูกค้ารายย่อยมาติดต่ออยู่หลายเจ้า ผู้ค้าจึงควรมีสินค้าพร้อมจำหน่าย  การจะรับออเดอร์เป็นตู้ๆ ถ้าผู้ค้าไม่ใช่รายใหญ่ที่ขายสินค้าราคาถูกมากๆ จากโรงงาน  โอกาสจะได้ออเดอร์ใหญ่ดูจะยาก  เริ่มแรกอาจจะจุกจิกและต้องอดทนในการติดต่อสื่อสาร  จนเมื่อลูกค้าเชื่อใจมั่นใจในคุณภาพสินค้าก็จะค่อยๆขยายธุรกิจง่ายขึ้น  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สินค้าไทยที่นำเข้ามาขายควรเน้นทั้งคุณภาพที่ดีและราคาที่สามารถแข่งขันกับสินค้าในอินเดียและจีน
               

     คำถามต่อมา คือจะหาลูกค้าได้อย่างไร ช่องทางหนึ่งที่แอดมินแนะนำคือการร่วมงาน Namaste Thailand Expo ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ส่องออกเอสเอ็มอีไทย (Thai SMEs Exporters Association) ร่วมกับออแกไนซ์เซอร์ท้องถิ่นที่มีประสบการณ์จัดงานอีเวนต์ งาน Namaste Thailand Expo 2018 ปีนี้กำหนดจัดที่เมืองจันดิการ์ เมืองหลวงของสองรัฐคือรัฐหรยาณา และรัฐปันจาบระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค.นี้ คาดมีผู้ประกอบการไทยร่วมออกงาน 25-30 ราย การจัดงานที่จันดิการ์เกิดขึ้นบ่อยเนื่องจากเป็นเมืองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ประชากรมีรายได้เฉลี่ยสูงมากที่สุดเมืองหนึ่ง
               

     หากการจัดงานครั้งนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ทางสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทยก็จะกำหนดเวลาที่เหมาะสม จัดเป็นงานประจำปี และเวียนไปตามเมืองเศรษฐกิจอื่นๆ ต่อไป  โดยจะมีการตรวจสอบฤดูกาลสภาพอากาศ  ช่วงเวลาจับจ่ายใช้เงินให้สอดคล้องกับเทศกาลต่างๆ ของผู้ซื้อกลุ่มอินเดียเหนือเพื่อผู้ประกอบการจะได้เตรียมตัวและจัดตารางวันที่จะมาร่วมแสดงสินค้า ที่ผ่านมาสมาคมผู้ส่งออกเอสเอ็มอีไทยได้เข้าร่วมงานใหญ่ประจำปีทุกปีช่วงวันที่ 14-27 พ.ย. ในงาน India International Trade Fair ที่ศูนย์การประชุม Pragati Maidan ในนิวเดลีซึ่งมีคนเที่ยวชมงานราว 1 แสนคนต่อวัน
        

       

     สำหรับผู้ประกอบการที่คิดจะนำตัวอย่างมาทำ Business Matching หรือการจับคู่ทางธุรกิจ ที่ผ่านมายังไม่ค่อยเจอผู้ประกอบการรายย่อยประสบความสำเร็จ  ถ้าอยากจะเริ่มต้น  เมื่อได้ศึกษาตลาดดีแล้วควรเริ่มจากนำสินค้าเข้ามาขายจริงเลย  ถ้าสินค้านั้นขายดี  ก็จะมีลูกค้ารายอื่นติดต่อเพิ่มเข้ามาเอง ส่วนตลาดออนไลน์ หากทำได้ก็น่าสนใจเพราะการเปิดหน้าร้านในอินเดียมีค่าใช่จ่ายสูง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรศึกษาช่องทางการส่งสินค้า  เรื่อง GST (ภาษีการขายและการบริการ) ระหว่างรัฐ  และเรื่องการเดินเงินในบัญชีเงินฝากให้ดี เพราะสรรพกรอินเดียตรวจเข้มมาก หากไม่มีเอกสารแสดงให้สรรพกรตรวจสอบ อาจเกิดปัญหายาว
               

     อุปสรรคอย่างหนึ่งในการดำเนินธุรกิจในอินเดีย คือ ราคาค่าเช่าพื้นที่ในเมืองค่อนข้างแพง และช่วงนี้รัฐเข้มงวดมาก มีการแบ่งโซนนิ่ง ห้ามเปิดร้านหรือบริษัทในบ้านพัก การเช่าพื้นที่ทำธุรกิจว่าต้องอยู่ในเขต commercial เท่านั้น ถ้าเปิดร้านแบบไม่ได้รับอนุญาตถ้าโดนใครแจ้งแล้วมีเขตมาตรวจสอบว่าเปิดร้านเพื่อการค้าแบบไม่มีใบอนุญาต ร้านจะถูกปิด ต้องขึ้นศาลจ่ายค่าปรับเป็นเงินจำนวนมากด้วย
               

     แอดมินเพจ “เรื่องเล่าจากสะใภ้อินเดีย” ออกตัวว่าไม่ใช่กูรูการค้าที่จะรู้ทุกเรื่อง แต่ใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภค และการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับนักธุรกิจหลายคน  ทำให้เห็นช่องทางการค้าในอินเดีย และอยากจะผลักดันให้ผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับคนอินเดียมีช่องทางและมีกำลังใจในการประกอบอาชีพในอินเดีย  มีรายได้เป็นของตัวเอง  เลยเปิดกลุ่มสะใภ้ไทยและคนไทยในอินเดีย  เพื่อเป็นช่องทางกระจายข่าวต่างๆ ในอินเดีย และเปิดเพจสาธารณะเพื่อเขียนเรื่องราวต่างๆ โดยสอดแทรกเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจให้ผู้อ่านได้ทราบว่าตลาดอินเดียที่หลายคนสงสัยเรื่องกำลังซื้อ แต่จริงๆ แล้ว ถ้าขยันและช่างสังเกต  จะเห็นช่องทางหลายอย่างในอินเดีย  เสียแต่ว่าประเทศนี้ต้องใช้ความอดทนและฝึกสมองในการพลิกแพลงแก้ปัญหามากอยู่สักหน่อย


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​จีนเปิดตัวรถขายอาหารพร้อมครัวสะดวกกินแข่งร้านสะดวกซื้อ

การรวมกันระหว่าง “ครัวสะดวกทาน” กับ “รถจำหน่ายอาหาร” กำลังถูกมองว่าเป็นรูปแบบใหม่ของร้านสะดวกซื้อในอนาคตของประเทศจีนแค่ลูกค้าคลิกสั่งผ่านแอปพลิเคชั่..

by SME Thailand| 03 ตค. 2018

​จับตา e-Commerce หนุนการค้าชายแดนโต 2 เท่าในปี 2566

ด้วยปัจจุบัน e-Commerce มีการขยายตัวอย่างมากและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตข้างหน้า ซึ่งไม่ได้หนุนการค้าให้เติบโตแค่ในประเทศเท่านั้น ว..

by SME Thailand| 01 ตค. 2018

​​รถติดไม่ต้องเซ็ง! Grab เสริมบริการช้อปแก้เบื่อ ผุดร้านสะดวกซื้อซุปเปอร์จิ๋วในแท็กซี่

แกร็บ จับมือกับคาร์โก้ เปิดบริการ Grab & Go ร้านสะดวกซื้อในแท็กซี่ ลูกค้าแค่เปิดแอปฯ จิ้มเลือกสินค้าเพื่อให้ราคาสินค้ารวมกับค่าโดยสาร แล้วหยิบสิ..

by SME Thailand| 01 ตค. 2018