​กลยุทธ์ปรับตัว 7-11 ญี่ปุ่น “ส่งอาหารสด-ตั้งตู้เช็คอินที่พัก” ชดเชยลูกค้าหด

by SME Thailand 05 มิย. 2018
Share:




 Cr : asia.nikkei.com
 

     พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนทำให้สถานการณ์ค้าปลีกในญี่ปุ่นน่าเป็นห่วง เมื่อ traffic หรือจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านค้าปลีกต่างๆ รวมถึงร้านสะดวกซื้อลดน้อยถอยลงเป็นเวลา 24 เดือนติดต่อกัน ยังผลให้ร้านค้าปลีกต้องพยายามปรับตัวกันยกใหญ่ไม่เว้นกระทั่งบริษัทเซเว่น แอนด์ ไอโฮลดิ้งส์ ผู้ให้บริการเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่ใหญ่สุดในญี่ปุ่น ล่าสุดประกาศบริการ “Net Konbini” ส่งสินค้าประเภทอาหารสด (ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์นม) อาหารแห้ง และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานถึงบ้านลูกค้าในเวลาอันรวดเร็ว นับเป็นครั้งแรกในวงการร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นที่มีบริการส่งอาหารสด โดยลูกค้าสามารถสั่งอาหารผ่านสมาร์ทโฟนได้ตลอด 24 ชั่วโมง   
 

    ความเคลื่อนไหวนี้ นอกจากเป็นการรุกเข้าตลาด food delivery เพื่อชดเชยจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านลดลง ยังเป็นการรับมือกับคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน ซึ่งบริการ food delivery กำลังกลายเป็นแนวรบใหม่ในหมู่ร้านค้าปลีก และคู่แข่งอย่าง Amazon Japan ได้ล่วงหน้าให้บริการ Amazon Fresh ไปก่อนหน้าแล้วเมื่อเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่ Rakuten เว็บอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของประเทศก็เพิ่งจับมือกับวอลมาร์ทจากอเมริกาเตรียมเปิดบริการ Seiyu ซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ในเร็วๆ นี้
 

     ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2000 7-11 เคยให้บริการ “Seven Meal” บริการส่งอาหาร แต่จำกัดแค่ข้าวกล่องหรืออาหารพร้อมรับประทานที่แพ็คมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับบริการ “Net Konbini” นอกจากสั่งผ่านสมาร์ทโฟนได้ตลอดเวลา ยังมีอาหารให้เลือกราว 2,800 รายการ  เงื่อนไขคือลูกค้าต้องสั่งอาหารมูลค่าอย่างต่ำ 1,000 เยนหรือราว 290 บาทโดยเสียค่าส่ง 216 เยน (ประมาณ 65 บาท)  ทั้งนี้ เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว บริษัทได้ทดลองบริการไปแล้วที่ร้าน 7-11 จำนวน 25 สาขาในฮอกไกโด คาดว่าในฮอกไกโดจะขยายบริการเพิ่มเป็น 1,000 สาขาภายในเดือนส.ค.ปีหน้า และจะทยอยเปิดให้ครบทั้ง 20,000 สาขาทั่วประเทศ
 

     คารุกิ ฟุรุยะ ประธานบริษัทเซเว่น แอนด์ ไอโฮลดิ้งส์ให้สัมภาษณ์ว่า หวังใช้แต้มต่อที่เหนือคู่แข่งจากการเป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกขณะนี้ เพราะการส่งอาหารที่มีหลากหลายให้เลือก 2,800 รายการจากร้านสะดวกซื้อ 20,000 สาขาเป็นบริการที่เกิดขึ้นได้ก็เฉพาะที่ 7-11 เท่านั้น ส่วนการขยายบริการให้ครอบคลุมนั้นก็ไม่ยากเพราะ 7-11 ได้ทำข้อตกลงร่วมกับเซอิโนะ โฮลดิ้งส์ บริษัทโลจิสติกส์ของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีที่แล้วในการจัดเตรียมกำลังคนที่จะทำหน้าที่ส่งอาหาร และกลุ่มลูกค้าเป้ามายที่จะใช้บริการนี้คือลูกค้าผู้ไม่สะดวกในการเดินทางออกจากบ้าน และกลุ่มที่ต้องการสินค้าแบบเร่งด่วน
 

     นอกจากบริการส่งอาหารถึงบ้านลูกค้า อีกบริการหนึ่งที่ 7-11 เตรียมเปิดตัวเพื่อเพิ่ม traffic ในร้านคือการเปิด 7-11 เป็นจุดเช็คอิน-เช็คเอ้าท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักสไตล์ AirBnb บริการนี้เกิดขึ้นเพื่อรับกระแสรัฐบาลญี่ปุ่นออกกฎหมายใหม่รองรับความถูกต้องของธุรกิจทำที่พักส่วนบุคคลให้เป็นห้องเช่า แต่มีเงื่อนไข เจ้าของห้องพักต้องมีระบบการส่งมอบ-คืนกุญแจที่ตรวจสอบได้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะมีผลในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ วันเดียวกับที่ 7-11 จะเปิดบริการเคาน์เตอร์เช็คอินสาขาแรกที่ชินจูกุ
               

     ทั้งนี้ 7-11 ได้จับมือกับ JTB เอเจ้นต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ของญี่ปุ่นร่วมกันให้บริการติดตั้งเครื่องเช็คอิน-เช็คเอ้าท์ภายในร้าน 7-11 ลูกค้าที่จองห้องพักมาแล้ว สามารถเช็คอินได้โดยลงทะเบียนที่เครื่อง ถ่ายภาพตัวเองหรือหน้าพาสปอร์ต และกรอกข้อมูลส่วนตัว โดยมีศูนย์บริการ JTB เป็นผู้ตรวจสอบ เมื่อได้รับการอนุมัติ เครื่องจะทำการปล่อยกุญแจห้องพักให้ลูกค้า เมื่อถึงเวลาเช็คเอ้าท์ ลูกค้าก็นำกุญแจมาคืนที่เครื่องด้วยวิธีการเดิม
 

     7-11 มีแผนให้บริการเช็คอิน-เช็คเอ้าท์ห้องพักตามสาขาในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เช่น ซัปโปโร และฟูกุโอกะ  คาดภายในเดือนต.ค.ปีนี้ จะขยายบริการ 50 สาขาในโตเกียวและโอซาก้า และตามแผนจะบริการครบ 1,000 สาขาภายในปี 2020 ข้อดีของการตั้งเครื่องเช็คอิน-เช็คเอ้าท์คือทำให้มีลูกค้าเดินเข้าร้าน 7-11 มาขึ้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ร้านสะดวกซื้อลอว์สัน และแฟมิลี่ มาร์ทก็เปิดจุดบริการเช็คอินที่พัก แบบนี้เช่นกัน สะท้อนให้เห็นธุรกิจเช่าที่พักสไตล์ Airbnb กำลังเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น นอกจาก Airbnb แล้วก็มีสตาร์ทอัพรายอื่นให้บริการเช่นกัน ได้แก่ Hyakusenrenma ของญี่ปุ่น และ Tujia จากจีน 
 

ที่มา
https://asia.nikkei.com/Business/Companies/Seven-Eleven-Japan-enters-online-market-with-food-home-delivery
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี 


 
Share:

Related Articles

​จีนเปิดตัวรถขายอาหารพร้อมครัวสะดวกกินแข่งร้านสะดวกซื้อ

การรวมกันระหว่าง “ครัวสะดวกทาน” กับ “รถจำหน่ายอาหาร” กำลังถูกมองว่าเป็นรูปแบบใหม่ของร้านสะดวกซื้อในอนาคตของประเทศจีนแค่ลูกค้าคลิกสั่งผ่านแอปพลิเคชั่..

by SME Thailand| 03 ตค. 2018

​จับตา e-Commerce หนุนการค้าชายแดนโต 2 เท่าในปี 2566

ด้วยปัจจุบัน e-Commerce มีการขยายตัวอย่างมากและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตข้างหน้า ซึ่งไม่ได้หนุนการค้าให้เติบโตแค่ในประเทศเท่านั้น ว..

by SME Thailand| 01 ตค. 2018

​​รถติดไม่ต้องเซ็ง! Grab เสริมบริการช้อปแก้เบื่อ ผุดร้านสะดวกซื้อซุปเปอร์จิ๋วในแท็กซี่

แกร็บ จับมือกับคาร์โก้ เปิดบริการ Grab & Go ร้านสะดวกซื้อในแท็กซี่ ลูกค้าแค่เปิดแอปฯ จิ้มเลือกสินค้าเพื่อให้ราคาสินค้ารวมกับค่าโดยสาร แล้วหยิบสิ..

by SME Thailand| 01 ตค. 2018