ธุรกิจขาลงจริงหรือ? เบื้องหลัง Subway ปิดสาขาในอเมริกานับพันแห่ง

by SME Thailand 17 พค. 2018
Share:





 
     ครองแชมป์การเป็นเชนร้านฟาสต์ฟูดที่มีสาขามากที่สุดในโลก คือราว 44,000 ร้าน ใน 100 กว่าประเทศทั่วโลก มากกว่า 17,500 สาขาของร้านพิซซ่าฮัท เคเอฟซี และทาโก้เบลที่อยู่ในเครือบริษัทยัม และ 14,000 สาขาของแมคโดนัลด์เสียอีก ระยะเวลา 50 กว่าปีที่ผ่านมา Subway อาศัยจุดขายการเป็นอาหารจานด่วนเพื่อสุขภาพมาตลอด เนื่องจากแซนด์วิชต่างๆ ของทางร้านคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี มีความสดใหม่ต่างจากอาหารแช่แข็งของแบรนด์ฟาสต์ฟูดเจ้าอื่น กลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจ Subway เติบโตอย่างรวดเร็วคือร้านแทบทั้งหมดเป็นร้านแฟรนไชส์ เนื่องจากใช้พื้นที่ไม่เยอะในการเปิดร้าน อีกทั้งค่าธรรมเนียมและการลงทุนก็ไม่สูงมาก จึงทำให้มี franchisee จำนวนมาก 
 

     กลยุทธ์ที่ผ่านมาของ Subway คือการเน้นขยายสาขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาอันแสนสุขดูเหมือนจะเริ่มจางหายไป กล่าวคือจำนวนลูกค้าของ Subway ลดลงอย่างต่อเนื่อง 25% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่า 1 ใน 3 ของร้าน Subway ในสหรัฐฯ เป็นร้านที่ไม่ทำกำไร  ส่งผลให้ต้องทยอยปิดร้าน กระทั่งปี 2016 ม้วนเสื่อปิดกิจการไป 360 สาขาซึ่งเป็นสาขาที่ผลประกอบการล้วนขาดทุน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Subway ที่จำนวนสาขาที่ถูกปิดมีมากกว่าเปิด และในปี 2017 จำนวนร้านลดไปอีกกว่า 900 สาขา คาดว่าปี 2018 นี้ ร้าน Subway  ไม่ต่ำกว่า 500 แห่งอาจต้องพับกิจการไปเช่นกัน
 

     เกิดอะไรขึ้นกับ Subway หลายคนอาจสงสัย ผู้บริหารบริษัทแถลงว่า การปิดสาขาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟูองค์กรและเป็นการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด แม้จะปิดสาขาในสหรัฐฯ แต่บริษัทก็ชดเชยด้วยการรุกตลาดต่างประเทศแทนโดยตั้งเป้าจะขยายเพิ่มอีก 1,000 สาขาในปีนี้ ขณะเดียวกัน Subway มีแผนจะปรับปรุงบริการ อาทิ การเพิ่มเคาน์เตอร์บริการตนเอง จัดที่นั่งรับประทานในร้าน บริการฟรีไว-ไฟ และปลั๊กเสียบชาร์จแบตเตอรี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า 
 

     หากวิเคราะห์สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ Subway อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย
 

     ประการแรก คือพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนอเมริกันหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ทำให้จำนวนคนเข้าห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกน้อยลง ดังจะเห็นข่าวร้านค้าปลีกในสหรัฐฯปิดตัวกันระนาว แน่นอนว่าร้าน Subway ที่ฝังตัวตามห้างย่อมพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

 
     ประการที่สอง คือการแข่งขันในตลาดสูงขึ้น นอกจากจะแย่งชิงลูกค้ากับเชนฟาสต์ฟูดระดับโลกที่ครองตลาดอยู่ก่อน Subway ยังเจอศึกจากคู่แข่งหน้าใหม่ที่ผุดขึ้นจำนวนมากเป็นทางเลือกของลูกค้า โดยเฉพาะ Chipotle ร้านฟาสต์ฟูดสไตล์เม็กซิกัน และร้านแซนด์วิช Firehouse Subs ที่เน้นคุณภาพวัตถุดิบเสมอต้นเสมอปลาย และพิถีพิถันในเรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อย  เช่น อุ่นอาหารให้ลูกค้าด้วยการนึ่งไม่ใช่การอุ่นด้วยไมโครเวฟ จึงไม่แปลกที่จะถูกมองว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพกว่าจนลูกค้าพากันแปรพักตร์เทใจให้
 

     ประการที่สาม ความล่าช้าในการปรับตัวให้เข้ากับกระแส ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา Subway มุ่งขยายสาขา เน้นเพิ่มจำนวนสาขามากกว่า บางทำเล เปิดร้านติด ๆ กันจนแย่งชิงลูกค้ากันเองก็มี โดยละเลยการพัฒนาคุณภาพและบริการ ร้าน Subway ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้เป็นร้านรูปแบบ Grab ‘n Go ไม่มีโต๊ะให้ลูกค้านั่งทาน เมนูก็เดิมๆ ไม่แปลกใหม่ ไม่สร้างความตื่นเต้น ขนาดร้านค้าปลีกประเภท grocery หรือร้านของชำหลายต่อหลายร้านยังปรับตัวยังเพิ่มมุมจำหน่ายแซนด์วิชที่ทำตามสั่งสดๆ ตรงนั้น บางร้านมีเมนูที่ไม่ดาษดื่น เช่น กีโรส (gyros) หรือแซนด์วิชแบบกรีกบริการ
 
 
     ที่สำคัญ ร้านอาหารหลายแห่งพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ลูกค้าสั่งอาหารทางสมาร์ทโฟน เพื่อไม่ให้ตกขบวนโลกยุคดิจิทัล  Subway ต้องหันมาจริงจังกับเทคโนโลยีด้วยเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียมหรือ Gen Y ที่ซื้อทุกอย่างผ่านมือถือ การนำเทคโนโลยีมาใช้นอกจากทำให้ลูกค้าสั่งซื้อบ่อยขึ้นอันเนื่องมาจากความสะดวก ยังสามารถสร้างความภักดีต่อแบรนด์ได้อีกด้วย
 

     ทั้งหมดนี้เป็นการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่กระทบต่อการดำเนินการของ Subway ในตลาดสหรัฐฯ แชมป์ร้านฟาสต์ฟูดที่มีสาขามากสุดในโลกจะปรับตัวอย่างไร จะสามารถนำพาบริษัทให้ปลอดภัยจากสภาวะ “อ่อนแอก็แพ้ไป” หรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไป   
               


ที่มา
http://money.cnn.com/2018/04/25/news/companies/subway-closing/index.html
www.cnbc.com/2018/04/26/subway-to-close-500-restaurants-across-the-us.html
www.businessinsider.com/subways-closes-stores-spirals-downwards-2017-12
 

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 
Share:

Related Articles

​​เปิดกลยุทธ์ Rebranding สไตล์ทายาท Gen Y ธุรกิจเครื่องเทศดั่งเดิมในสิงคโปร์

ความยากที่สุดของธุรกิจครอบครัว คือการส่งมอบกิจการไปยังทายาทที่จะเข้ามาสานต่อ เพื่อทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ Anthony The Spice Maker ร้านเครื่องเทศ..

by SME Thailand| 20 สค. 2018

​​ของกินเล่นยามดึก โอกาสใหม่ในตลาดสแน็ค

ตลาดของกินเล่นยามดึก จึงเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่มองข้ามไม่ได้ NightFood บริษัทผลิตของกินเล่นยามค่ำคืนในสหรัฐเมริกา จึงออกโปรดักต์ เพื่อตอบโจทย์ให้กับผ..

by SME Thailand| 19 สค. 2018

​​ลูกค้าเศรษฐีพุ่ง! โตเกียวผุดธุรกิจ “พ่อบ้านให้เช่า”

"คุณพ่อบ้าน" ชายในชุดสูทดำหางยาว ที่คอยทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในบ้านนั้น ไม่ได้มีแต่ในนิยายแล้ว เพราะตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเปิดธุรกิจใหม่ “พ่..

by SME Thailand| 17 สค. 2018