3 Error ที่นักธุรกิจชอบทำพลาดในตลาดจีน

by SME Thailand 16 พค. 2018
Share:




 

     การจะเข้าไปลงทุนทำการค้าที่ไหน เราย่อมต้องศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี และภาษาของประเทศนั้นๆ ให้ถ่องแท้ให้ดีก่อน เพราะความเข้าใจ ‘ของเขา’ และ ‘ของเรา’ อาจจะไม่เท่ากัน โดยเฉพาะกับประเทศจีนยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียตลาดขุมทรัพย์มหาศาลที่หมายตาของผู้ประกอบการแบรนด์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ที่บางครั้งแม้แต่เรื่องง่ายๆ ของตัวเลขที่ไม่คิดว่าน่าจะดิ้นได้ ยังแปลความหมายออกมาได้กันคนละแบบ


     มาดูกันว่า มีเรื่องไหนบ้างที่ผู้ประกอบการ นักธุรกิจมักจะทำพลาด จนเป็นเหตุธุรกิจต้องสะดุดลงได้
 


Error 1 - ตั้งใจกลมกลืนกับวัฒนธรรมท้องถิ่นมากจนเกินไป
 
 
     หลายครั้งที่เหล่านักธุรกิจไม่ว่าชนชาติไหน แบรนด์เล็กหรือแบรนด์ใหญ่ เมื่อได้เข้าไปทำการค้าขายในเมืองจีนแล้วก็มักคิดอยากเอาใจลูกค้าเจ้าของประเทศ ด้วยการพยายามปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความชื่นชอบของชาวจีนด้วยกันทั้งนั้น แต่บ่อยครั้งที่มักทำพลาด เพราะปรับเปลี่ยนจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมที่เป็นจุดเด่นของตนเอง จากสินค้านำเข้าที่ดูดี อาจกลมกลืนกลายเป็นสินค้าท้องถิ่นที่ไม่ได้สร้างความหวือหวา แตกต่าง หรือตื่นเต้นอันใดให้กับลูกค้าชาวจีนอยากที่จะทดลองใช้สินค้า เช่น ขนมขบเคี้ยวนำเข้ายี่ห้อหนึ่งอยากจะเอาใจลูกค้าคนจีน จึงเปลี่ยนตัวหนังสือเกือบทั้งหมดบนฉลากให้กลายเป็นภาษาจีน ทำให้จากที่มองว่าเป็นขนมนำเข้ากลับดูคล้ายกับขนมยี่ห้ออื่นๆ ของจีนเอง จึงไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเท่าที่ควร วิธีการแก้ไข คือ ควรใส่เฉพาะคำอธิบายบางส่วนว่า คือ อะไร หรือใส่ที่เชลล์วางจำหน่ายสินค้าก็ได้
 

Error 2 - แปลความหมายผิดพลาด
 
 
     เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ สำหรับหลายแบรนด์ที่เข้าไปทำการค้าขายในจีน คือ เรื่องการแปลความหมายที่ผิดพลาด บางครั้งอาจคิดว่าคิดมาดีแล้ว แต่ด้วยความซับซ้อนด้านภาษา ก็อาจทำให้เราตีความหมายออกมาผิดพลาด ได้ ยกตัวอย่างเช่น Nike หนึ่งในแบรนด์รองเท้าชื่อดังระดับโลก ได้ทำรองเท้ากีฬาออกมารุ่นหนึ่ง เพื่ออยากจะเอาใจคนจีน จึงได้เขียนตัวอักษรจีน 2 คำ ซึ่งมีความหมายมงคลไว้ที่ด้านหลังข้อเท้า คือ 發 (Fa) แปลว่า รวย 福 (Fu) แปลว่า ความสุข โชคลาภ แต่พอเอาสองคำมาอยู่รวมกันในภาษาจีนกลับแปลว่า “อ้วน” ซึ่งก็ไม่ค่อยส่งผลดีต่อยอดขายเท่าไหร่นัก
 
 
     หรืออย่างเว็บเสิร์ชเอนจินชื่อ Bing หากเขียนเป็นภาษาจีนจะอ่านออกเสียงว่า “เป๋ยิง” แปลว่า ทันที ซึ่งก็เหมาะสมกับตัวธุรกิจที่ทำ แต่มาตกม้าตาย คือ ไม่ยอมเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาจีน แต่ยังคงใช้โลโก้ว่า Bing เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากอ่านออกเสียงว่า “บิง” ในภาษาจีนจะหมายถึง เชื้อโรค ไม่สบาย ดังนั้นคนจีนจึงไม่ค่อยโอเคกับชื่อนี้เท่าไหร่นัก
 
 
Error 3 - ตั้งราคาไม่ดี พาลให้ขาดทุนได้
 
 

     นอกจากเรื่องการแปลความหมายตัวอักษรแล้ว เชื่อไหมแม้แต่การใช้ตัวเลข ก็ยังสามารถทำให้เกิดความเข้าใจผิดพลาดได้ในจีน ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของราคา ส่วนใหญ่โดยทั่วไปแล้วหากเห็นสินค้าติดป้ายราคาว่า Sale 10 % ส่วนใหญ่แล้วในไทยเราหรือแม้แต่ในประเทศอื่นๆ ทั่วไปแล้ว จะเข้าใจตรงกันว่าหมายถึงลดลงจากราคาป้าย แต่สำหรับคนจีนแล้ว นั่นหมายถึงต้องจ่ายเท่าไหร่ Sale 10 % คือ จ่าย 10 % หรือ 1 ใน 10 นั่นเอง
 
 
ที่มา :  AVG Thailand



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​​ส่องของดี (SME)@ไทโต...กรุงโตเกียว

ไทโต นอกจากเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ในอีกภาพหนึ่ง ไทโต ยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าชั้นดีแห่งหนึ่ง และยังมีผู้ป..

by SME Thailand| 19 กย. 2018

​​ห้างเมียนมา ปรับกลยุทธ์เน้นสินค้าผักสดผลไม้ ดึงลูกค้าจากร้านชำ

ซูเปอร์มาร์เก็ตในเมียนมา จับพฤติกรรมลูกค้าปรับกลยุทธ์ใหม่ สู้ร้านชำท้องถิ่น ด้วยการเพิ่มแผนกผักสดและผลไม้สด พร้อมทั้งทำแคมเปญชวนผู้บริโภคให้ทานผักผล..

by SME Thailand| 17 กย. 2018

​​ถอดกลยุทธ์แบรนด์แฟชั่นไอริช ขายสินค้าราคาถูกยังไง? จนได้แชมป์ค้าปลีกโตเร็วสุดในสหรัฐฯ

นาทีนี้เรียกได้ว่าแบรนด์แฟชั่นที่กำลังมาแรงสุดในอเมริกาเหนือ เห็นจะเป็น “พริมาร์ค” (Primark) แบรนด์ไอริชที่ข้ามห้วยจากยุโรปเข้าไปรุกตลาดสหรัฐฯ จนล่า..

by SME Thailand| 14 กย. 2018