​ทำไม “ยาหยอดตา” จึงกลายเป็นสินค้ามาแรงในญี่ปุ่น

by SME Thailand 10 เมย. 2018
Share:






     ในยุคที่แทบทุกคนมีสมาร์ทโฟนใช้งานและจำนวนมากเสพติดมือถือ ไม่เฉพาะคนสูงวัยที่มีดวงตาเสื่อมตามสังขาร คนหนุ่มสาวรวมถึงบรรดานักธุรกิจก็ประสบปัญหาสายตาพร่ามัวอ่อนล้าไม่แพ้กัน สาเหตุมาจากพฤติกรรมเสพติดการใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต และด้วยปัญหาสายตาที่แพร่หลายในสังคมนั่นเอง จึงทำให้สินค้าที่เกี่ยวกับดวงตาขายดิบขายดี อาทิ อาหารเสริม และวิตามินบำรุงสายตา อย่างที่ประเทศญี่ปุ่น สินค้าที่ฮอตฮิตสุดอย่างหนึ่งคือ “ยาหยอดตา”  
 

     เชนร้านขายยาเจ้าดังในโตเกียว Tomod ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนซื้อ กล่าวคือ ก่อนหน้านั้น ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ซื้อยาหยอดตาคือคนที่ใส่คอนแทคเลนส์หรือคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จำนวนลูกค้าที่เพิ่มอย่างรวดเร็วเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่อยู่ในวัยตั้งแต่ 30-50 ปี และผลิตภัณฑ์ยาหยอดตาที่ลูกค้ากลุ่มนี้เลือกจะเป็นแบบพรีเมียมที่มีราคาประมาณ 1,500 เยนหรือราว 14 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ยอดขายยาหยอดตาของ Tomod ในเดือนธ.ค. 2017 เพิ่มขึ้นจากเดิม 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
 




     ด้านบริษัทวิจัยตลาดฟูจิ เคไซในโตเกียวระบุ ตลาดยาหยอดตาญี่ปุ่นปี 2017 มีมูลค่า 57,600 ล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 7% และเพิ่มมากกว่าปี 2012 ถึง 44% การใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไปส่งผลต่อสุขภาพสายตา และเพื่อขจัดอาการตาล้า พร่าเบลอ แสบตาจากการจ้องหน้าจอนานติดต่อกัน จึงทำให้ยาหยอดตาขายดี ตลาดสินค้าประเภทนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องไปตลอดปี 2018 และปีต่อไป
 

     ขณะเดียวกัน บรรดาบริษัทผู้ผลิตยาต่างเร่งพัฒนาสินค้า ยกตัวอย่าง บริษัท Rohto Pharmaceutical ผู้ผลิตยาหยอดตาราคาสูงยี่ห้อ V Rohto Premium ซึ่งเป็นยาหยอดตาที่มีส่วนผสมถึง 12 ชนิด  หนึ่งในส่วนผสมนั้นมีคุณสมบัติช่วยให้สายตาโฟกัสได้ดีขึ้นแม้จะอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน ส่งผลให้ยาหยอดตารุ่นนี้ขึ้นแท่นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ ในร้าน Tomod แม้จะมีราคาสูงถึง 1,500 เยนก็ตาม เทียบกับยาหยอดตาทั่วไปทีจำหน่ายที่ราคาเฉลี่ย 200-500 เยน และมีน้อยที่จะตั้งราคาขายเกิน 1,000 เยน ส่วนบริษัทไลอ้อน ผู้ผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อความงามก็แนะนำ Smile Medical A ยาหยอดตาเพื่อบรรเทาปัญหาอันเกี่ยวเนื่องกับสายตาในราคา 1,400 เยน
 


ที่มา
https://asia.nikkei.com/Business/Companies/Premium-eyedrops-sales-boom-with-so-many-people-staring-at-screens
 


 www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
 
Share:

Related Articles

​มาเลย์เปลี่ยนสวนปาล์มหันปลูกทุเรียนส่งออกรับกระแส Durian fever ในจีน

จากความต้องการทุเรียนจากจีนที่เพิ่มขึ้นชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้มาเลเซียเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนสวนปาล์มน้ำมัน ให้กลายเป็นสวนทุเรียน..

by SME Thailand| 12 ธค. 2018

​​ค้าปลีกออนไลน์พ่นพิษ! หลังอเมซอนบุกตลาดสิงคโปร์ ทำห้างร้านซบเซา

ธุรกิจค้าปลีกในสิงค์โปรวันนี้กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก หลังจากอเมซอน อี-คอมเมิริร์ซระดับโลก มาเปิดบริการเมื่อปีที่ผ่านมา และกลายเป็นแอปพลิเคชั่น..

by SME Thailand| 07 ธค. 2018

​มาเลย์คิดนวัตกรรมใหม่ “สติกเกอร์ชะลอผลไม้สุก” แค่แปะก็หมดปัญหาเน่าเสีย! ก่อนได้กิน

ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร คือ กว่าที่ผักผลไม้จะผ่านกระบวนการซัพพลายเชนจนถึงปลายทางผู้บริโภค ด้วยเวลาที่เนิ่นนาน อาจเกิดเหตุการณ..

by SME Thailand| 06 ธค. 2018