​จับกระแสธุรกิจฟิตเนส แบบไหน? ถึงได้ใจลูกค้า

by SME Thailand 09 เมย. 2018
Share:






     ช่วงหลายปีมานี้จะเห็นว่ากระแสการออกกำลังกายในบ้านเรามาแรงมาก โดยเฉพาะการวิ่งมาราธอนที่มีการจัดกิจกรรมกันอยู่บ่อยๆ รวมถึงการออกกำลังกายประเภทต้านกล้ามเนื้อ (weight training) ที่ทำให้หลายคนยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกสถานออกกำลังกาย แต่ที่น่าจับตามองคือ เราจะเห็นฟิตเนส หรือยิมออกกำลังกายผุดขึ้นจำนวนมาก กระแสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในไทยที่เดียว แต่ยังรวมถึงหลายประเทศทั่วโลก 


     ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจฟิตเนสคึกคักมาจากการที่ประชากรกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลกเป็นกลุ่มใหญ่ที่เป็นวัยทำงาน และ 76% ของคนทำงานเหล่านั้นมีปัญหาด้านสุขภาพ ขณะที่ 52% น้ำหนักเกินหรืออยู่ในภาวะโรคอ้วน ซึ่งสาเหตุก็มาจากไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เช่น นั่งทำงานหน้าจอนาน เคลื่อนไหวร่างกายน้อย ทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ดื่มจัดและสังสรรค์บ่อย เหล่านี้นำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เมื่อตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเผชิญ คนจำนวนมากจึงเริ่มหันมาออกกำลังกายเพื่อแก้ปัญหา

 
     อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจฟิตเนสบูม เพราะการออกกำลังกายได้กลายเป็นงานอดิเรกที่ทำให้ดูเท่ แลดูเป็นคนใส่ใจสุขภาพ ถ้าย้อนกลับไปยุค 1970 คนที่คลั่งไคล้การออกกำลังกายจะถูกมองว่าแปลก แถมช่วงนั้นแฟชั่นชุดออกกำลังกายไม่มี ไม่เหมือนยุคนี้ที่การไปยิมจะเน้นชุด เน้นอุปกรณ์เสริมที่ทำให้ดูดีเพื่อจะได้ถ่ายรูปโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจที่ดีในกาออกกำลังกาย ธุรกิจฟิตเนสกับธุรกิจผลิตชุดออกกำลังกายชนิดต่าง ๆ จึงเติบโตไปด้วยกัน 


     ไปดูกระแสฟิตเนสในประเทศต่างๆ กัน เริ่มที่ประเทศร่วมทวีปเอเชียอย่าง “จีน” ปีสองปีที่ผ่านมาจะเห็นยิมประเภทหนึ่งที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดตามเมืองใหญ่ อาทิ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นเจิ้น ก่อนจะลามไปทั่วประเทศ ยิมที่ว่าคือ มินิยิม หรือยิมขนาดเล็กที่ไม่ได้ให้บริการเต็มรูปแบบอย่างยิมทั่วไป ยิมเหล่านี้ตั้งอยู่ตามข้างถนน รูปทรงคล้ายตู้คอนเทนเนอร์ ขนาดตั้งแต่ 4 ตรม. 8 ตรม. 18 ตรม. ไปจนถึง 28 ตรม. ข้างในติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทีวี เครื่องฟอกอากาศ และเครื่องออกกำลังกาย เช่น ลู่วิ่ง จักรยาน อุปกรณ์ยกน้ำหนัก รองรับผู้ใช้บริการคราวละ 1 คน หรือหลายคนแล้วแต่ขนาดของยิม แต่ส่วนใหญ่ไม่เกิน 6 คน 


     สนนราคาค่าใช้บริการคิดเป็นนาที หรือชั่วโมงแล้วแต่ต้องการ ตั้งแต่ 1 หยวนไปจนถึง 16 หยวน เรียกว่าถูกมากๆ ที่สำคัญเป็นยิมแบบอัตโนมัติไร้ผู้คอยต้อนรับ กล่าวคือ ลูกค้าสามารถจองผ่านแอปพลิชันสมาร์ทโฟน เลือกยิมสาขาที่สะดวก เมื่อชำระค่าบริการผ่านแอปฯ ก็จะได้รับรหัสเพื่อเปิดประตูยิมเข้าไปใช้บริการ มินิยิมได้รับความนิยมในจีนเนื่องจากสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่หลังเลิกงานก็ยังต้องการออกกำลังกาย การสมัครสมาชิกรายปีในยิมขนาดใหญ่ที่ต้องเสียเงินเป็นก้อนหลายพันหยวนอาจไม่คุ้ม จึงสะดวกใจจ่ายค่าบริการเป็นครั้งๆ ที่สำคัญ นอกจากราคาถูกกว่ายังเปิดบริการ 24 ชั่วโมงอีกด้วย จึงนับว่าสะดวกอย่างยิ่ง


     ส่วนในทวีปยุโรปที่ “อังกฤษ” ข้อมูลระบุจำนวนสมาชิกฟิตเนสในอังกฤษเพิ่มจาก 9.2 ล้านคนในปี 2016 มาอยู่ที่ 9.7 ล้านคนในปีถัดมา ขณะที่จำนวนยิมมีจำนวนกว่า 6,500 แห่ง ตัวเลขสมาชิกที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ (ประมาณ 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด) มาจาก budget gym หรือยิมราคาประหยัดที่คิดค่าสมาชิกไม่เกิน 20 ปอนด์ต่อเดือน เทียบกับยิมระดับพรีเมียมบางแห่งที่คิดทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้า 400 ปอนด์และค่าบริการรายเดือนอีก 200 ปอนด์ การเติบโตของธุรกิจยิมราคาประหยัดหลายร้อยแห่งในเวลาอันสั้นเป็นการตอบสนองกลุ่มลูกค้าชั้นกลาง ปัจจุบัน อังกฤษมียิมราคาประหยัดให้บริการกว่า 500 แห่งคิดเป็น 15% ของมูลค่าตลาดฟิตเนสในอังกฤษ เครือข่าย budget gym ที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษได้แก่ PureGym ซึ่งให้บริการ 24 ชั่วโมง มีสมาชิกมากกว่า 800,000 คนจากทั้งหมด 172 สาขา 


     ขณะที่สหรัฐฯ ธุรกิจฟิตเนสได้รับความนิยมมาตั้งแต่ปี 2012 โดยจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นปีละราว 1 ล้านคน และธุรกิจฟิตเนสในรูปแบบแฟรนไชส์นั้นมีมูลค่าสูงถึงปีละ 31,000 ล้านเหรียญ คาดว่าปี 2022 ธุรกิจนี้จะยังโตที่อัตรา 1.5% บริการฟิตเนสในสหรัฐฯ มีทั้งแบบราคาประหยัดที่คิดค่าบริการเดือนละไม่เกิน 10 เหรียญ และแบบคิดค่าบริการเป็นครั้ง  เช่น 45 นาทีในราคา 50 เหรียญ ด้วยความที่ธุรกิจอยู่ตัวมาหลายปี ผู้ประกอบการจึงต้องพยายามหาความแตกต่างเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มต่างๆ ทำให้เกิดเป็น boutique fitness ที่นำสิ่งใหม่ๆ มาเสนอ ยกตัวอย่าง ยิมชื่อ Barry’s Bootcamp & Solidcore เป็นยิมที่เน้นการออกกำลังกายเหมือนการฝึกในค่ายทหาร และการเน้นความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว 


     บางยิมก็เสริมด้วยบริการต่าง ๆ เช่น cryotherapy หรือสปาเยือกแข็งที่บำบัดความเจ็บปวดและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และกระกระตุ้น biceps กล้ามเนื้อมัดที่อยู่ด้านหน้าต้นแขนด้วยไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนั้น ยังเอาใจลูกค้ากลุ่ม Gen Y ที่ด้วยการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ อาทิ พิลาทิส โยคะ TRX และ HIIT ขณะเดียวกัน การออกกำลังกายอีกย่างคือ aqua resistance หรือการออกกำลังกายในน้ำได้รับความนิยมอย่างมากในประชากรสูงวัยที่เป็นกลุ่มเบบี้บูม 


     สำหรับไทย มีข้อมูลว่าตลาดฟิตเนสมีมูลค่าแตะหมื่นล้านบาท ขณะที่จำนวนสมาชิกที่ใช้บริการมีไม่ถึง 1% ของประชากรทั้งหมด เรียกว่าโอกาสทางธุรกิจมีสูงมาก อยู่ที่ผู้ประกอบการต้องศึกษาว่าจะเล็งไปที่กลุ่มเป้าหมายใด และใช้กลยุทธ์ไหนในการเจาะตลาด  



ที่มา
www.theguardian.com/lifeandstyle/shortcuts/2017/may/08/the-budget-gym-boom-how-low-cost-clubs-are-driving-up-membership
www.straitstimes.com/asia/east-asia/chinas-fitness-buffs-big-on-tiny-gyms-that-are-always-open
www.cnbc.com/2018/01/02/fitness-heats-up-in-2018-these-are-the-biggest-burners.html


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Share:

Related Articles

​มาเลย์เปลี่ยนสวนปาล์มหันปลูกทุเรียนส่งออกรับกระแส Durian fever ในจีน

จากความต้องการทุเรียนจากจีนที่เพิ่มขึ้นชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้มาเลเซียเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนสวนปาล์มน้ำมัน ให้กลายเป็นสวนทุเรียน..

by SME Thailand| 12 ธค. 2018

​​ค้าปลีกออนไลน์พ่นพิษ! หลังอเมซอนบุกตลาดสิงคโปร์ ทำห้างร้านซบเซา

ธุรกิจค้าปลีกในสิงค์โปรวันนี้กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก หลังจากอเมซอน อี-คอมเมิริร์ซระดับโลก มาเปิดบริการเมื่อปีที่ผ่านมา และกลายเป็นแอปพลิเคชั่น..

by SME Thailand| 07 ธค. 2018

​มาเลย์คิดนวัตกรรมใหม่ “สติกเกอร์ชะลอผลไม้สุก” แค่แปะก็หมดปัญหาเน่าเสีย! ก่อนได้กิน

ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร คือ กว่าที่ผักผลไม้จะผ่านกระบวนการซัพพลายเชนจนถึงปลายทางผู้บริโภค ด้วยเวลาที่เนิ่นนาน อาจเกิดเหตุการณ..

by SME Thailand| 06 ธค. 2018