​พลังเล็กๆ จากผู้ด้อยโอกาส เบื้องหลังความสำเร็จ “เลมอนทรี”

by SME Thailand 20 กพ. 2018
Share:



Cr ; bizilocator.com
 
 
     นอกจากเป็นแบรนด์ที่ได้รับการจดจำมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในชมพูทวีป “เลมอน ทรี” ยังได้รับความนิยมในหมู่ชาวอินเดีย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ อีกทั้งยังขึ้นแท่นเป็นเครือโรงแรมที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ด้วยจำนวนโรงแรม 40 แห่งใน 24 เมือง เลมอนทรีเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือนพ.ค. 2004 เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ได้รับความนิยมอย่างมากทำให้สามารถขยายไปยังเมืองอื่นๆ อย่างรวดเร็ว  ด้วยระยะเวลา 14 ปีกับจำนวน 40 โรงแรม นับได้ว่าธุรกิจเลมอนทรีเติบใหญ่ในเวลาอันสั้น โดยโรงแรมในเครือเลมอนทรีจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ “เลมอนทรี พรีเมียร์” เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว “เลมอนทรี โฮเทล” โรงแรมระดับกลาง และ “เร็ดฟ็อกซ์บายเลมอนทรี” โรงแรมราคาประหยัด   
 

     จุดขายของเลมอนทรีไม่ได้อยู่แค่บริการดีในราคาย่อมเยา หากสิ่งหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้โรงแรมคือนโยบายของโรงแรมที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนาน 10 ปีในการจ้างผู้พิการเข้ามาเป็นพนักงาน โดยในจำนวนพนักงานกว่า 4,500 คนในเครือ ร้อยละ 13 เป็นผู้พิการไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จุดเริ่มต้นมาจากปาทู เคสวานี ประธานและกรรมการผู้อำนวยการกลุ่มเลมอนทรีที่ต้องการมอบโอกาสแก่ทุกคนเท่าเทียมกันจึงรับผู้พิการหูหนวกและเป็นใบ้เข้ามาทำงาน กระทั่งวันหนึ่ง แม่ของพนักงาน คนหนึ่งนำการ์ดงานมงคลสมรสมาเชิญเคสวานี และขอบคุณที่เขาให้โอกาสลูกชายพิการของเธอทำงาน ทำให้มีอาชีพมั่นคงสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ที่สำคัญลูกชายของเธอได้มีโอกาสแต่งงานซึ่งถือเป็นปาฏิหาริย์ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยกับคนพิการอินเดีย
 

     เรื่องราวของพนักงานคนนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เคสวานีหันมาจริงจังกับการรับผู้พิการเข้าทำงาน เขาได้สั่งแผนกทรัพยากรบุคคลศึกษาความเป็นไปได้ในการรับผู้พิการจำนวนมากขึ้นเข้ามาเป็นพนักงาน ตั้งแต่นั้นมา เลมอนทรีจึงดำเนินนโยบายรับพนักงานพิการโดยร่วมมือกับองค์กรเอกชนหรือเอ็นจีโอใน 18 แห่งเพื่อเฟ้นหาบุคคลากรซึ่งเรียกรวมๆ ว่า “ผู้ด้อยโอกาส” เพื่อร่วมงานกับบริษัท ทั้งนี้ ผู้ด้อยโอกาสที่ว่าแบ่งออกเป็นกลุ่มผู้พิการ (หูหนวก เป็นใบ้ ตาบอก และพิการทางกาย) กลุ่มพิการทางสมอง (ดาวน์ซินโดรม และออทิสติก) และกลุ่มไร้อำนาจในสังคม (แม่ม่าย ผู้หญิงถูกทิ้ง ผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว เยาวชนที่กำพร้า และบุคคลที่ยากจนต่ำกว่าเกณฑ์)
 

     พนักงานที่รับเข้ามาต้องผ่านการอบรมแล้วแต่ระยะเวลา หากเป็นดาวน์ซินโดรมหรือออทิสติกใช้เวลาอย่างต่ำ 6 เดือน- 1 ปี แต่สิ่งหนึ่งที่พนักงาน ไม่ว่าจะพิการหรือปกติต้องทำ คือการฝึกภาษามือเพื่อใช้สื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน หลังจากนั้นจะมีการจัดสรรงานให้เหมาะสม อาทิ คนที่พิการทางกาย อาจประจำแผนกต้อนรับเพื่อเช็คอิน/เช็คเอ้าท์ให้ลูกค้า ผู้นั่งวีลแชร์จะได้รับมอบหมายให้ทำงานในออฟฟิศที่ไม่ต้องรับแขกมาก เช่น แผนกบัญชี-การเงิน ส่วนผู้พิการทางสายตาอาจทำงานด้านโอปะเรเตอร์คอยรับโทรศัพท์ ส่วนคนเป็นใบ้/หูหนวก หากไม่ทำแผนกทำความสะอาดห้องพักก็ประจำร้านอาหารของโรงแรม
 




     ในการรับผู้พิการเข้าร่วมงาน สิ่งหนึ่งเลมอนทรีเตรียมพร้อม คือการสร้างบรรยากาศที่เอื้อและอำนวยความสะดวกในการทำงาน อาทิ การทำทางลาดสำหรับวีลแชร์  มีอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา หรือโต๊ะอาหารของโรงแรมมีจอให้ลูกค้าพิมพ์และปุ่มกดเปิดไฟเป็นสัญญาณเรียกพนักงานที่หูหนวกเป็นใบ้ พนักงานพิการที่ทำงานกับเลมอนทรีต่างตั้งใจและทุ่มเทให้กับงานอย่างมีความสุข จนถูกเรียกว่า “happy people” จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายที่เครือเลมอนทรีจะได้รับรางวัล Best Accommodation for Responsible Employment หรือรางวัลโรงแรมที่ดีที่สุดด้านการจ้างงานอย่างรับผิดชอบ
 

     นี่เป็นตัวอย่างอันดีในการตอบแทนสังคม ไม่ใช่แค่การทำกิจกรรม CSR แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ได้ผนวกการรับผิดชอบต่อสังคมเข้ากับธุรกิจหลักขององค์กรด้วย การจ้างผู้ด้อยโอกาสเข้าทำงานยังส่งผลดีคือกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้เลมอนทรีถูกกล่าวขวัญถึงในด้านบวก ทำให้ได้เปรียบด้านการแข่งขัน ได้รับเสียงชื่นชมและการสนับสนุนจากลูกค้า เกิดความภักดีต่อแบรนด์และกลับมาใช้บริการอีกเรื่อยๆ
 

     เลมอนทรีมีแผนขยายโรงแรมให้ครบ 60 แห่งใน 30 เมืองภายในปี 2019 และจะจ้างผู้ด้อยโอกาสในสังคมเข้าทำงานคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ45 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ผู้บริหารเลมอนทรีเชื่อว่าแบรนด์สามารถทำอะไรได้มากกว่าการมุ่งหวังแค่กำไร และมองว่าผู้พิการควรได้รับโอกาสทัดเทียมคนทั่วไปซึ่งจะทำให้พวกเขาตระหนักในศักยภาพของตัวเองและสามารถใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี อาจเรียกได้ว่า นโยบายการจ้างผู้ด้อยโอกาสและคนพิการนี่เองที่มีส่วนเกื้อหนุนอย่างมากให้เครือโรงแรมเลมอนทรีประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักในวงกว้างจนถึงทุกวันนี้  
               

ที่มา
www.greenhotelier.org/our-news/industry-news/lemon-tree-showcase-inclusive-employment/
www.hrkatha.com/news/901-the-specially-abled-happy-people-at-lemon-tree-hotels
www.thehindubusinessline.com/opinion/columns/chitra-narayanan/service-with-a-smile-and-the-best-of-ability/article9732196.ece
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​มาเลย์เปลี่ยนสวนปาล์มหันปลูกทุเรียนส่งออกรับกระแส Durian fever ในจีน

จากความต้องการทุเรียนจากจีนที่เพิ่มขึ้นชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้มาเลเซียเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนสวนปาล์มน้ำมัน ให้กลายเป็นสวนทุเรียน..

by SME Thailand| 12 ธค. 2018

​​ค้าปลีกออนไลน์พ่นพิษ! หลังอเมซอนบุกตลาดสิงคโปร์ ทำห้างร้านซบเซา

ธุรกิจค้าปลีกในสิงค์โปรวันนี้กำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก หลังจากอเมซอน อี-คอมเมิริร์ซระดับโลก มาเปิดบริการเมื่อปีที่ผ่านมา และกลายเป็นแอปพลิเคชั่น..

by SME Thailand| 07 ธค. 2018

​มาเลย์คิดนวัตกรรมใหม่ “สติกเกอร์ชะลอผลไม้สุก” แค่แปะก็หมดปัญหาเน่าเสีย! ก่อนได้กิน

ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร คือ กว่าที่ผักผลไม้จะผ่านกระบวนการซัพพลายเชนจนถึงปลายทางผู้บริโภค ด้วยเวลาที่เนิ่นนาน อาจเกิดเหตุการณ..

by SME Thailand| 06 ธค. 2018