พร้อมรับโอกาสไหม? เมื่อคนสูงวัยครองเอเชีย

by SME Thailand 19 ธค. 2017
Share:
Text  : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์




     ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการโหมโรงพูดถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในหลายประเทศทั่วโลก และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร บทความ “ถอดบทเรียนนโยบายรับมือสังคมสูงวัยจากต่างประเทศ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานศึกษาด้าน Aging โดยสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุ สิงคโปร์มีสัดส่วนของผู้สูงอายุใกล้เคียงกับไทย และแม้จะเตรียมแผนรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ก็ยังคงเผชิญกับปัญหาการมีบุตรน้อยลงและผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังมากขึ้น
          

     ขณะที่เกาหลีใต้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่มีแผนรองรับที่เป็นรูปธรรม และผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีฐานะยากจน ส่วนญี่ปุ่นมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก และเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด (Hyper-Aged Society) หรือสังคมที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง
          

     สำหรับไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากสังคมผู้สูงอายุไปสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยในขณะนี้ไทยมีประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมากถึงร้อยละ 10 หรือมากกว่า 7 ล้านคน และภายในปี 2583 ประชากรในกลุ่มนี้จะเพิ่มจำนวนเป็น 17 ล้านคน ซึ่งมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ

   
     ล่าสุด รายงานเกี่ยวกับจำนวนประชากรสูงวัยของประเทศในเอเชีย ซึ่งสำรวจและประเมินโดยดีลอยท์ บริษัทที่ปรึกษาชื่อดังของโลกระบุในอีก 25 ปีข้างหน้า 60% ของประชากรโลกที่อายุมากกว่า 65 ปีจะอาศัยอยู่ในเอเชีย ทำให้เอเชียมีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าผู้สูงอายุในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือรวมกันเสียอีก ประเทศเอเชียที่มีแนวโน้มเผชิญปัญหาจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมากที่สุดคือจีน ปัจจุบัน จำนวนประชากรสูงวัยของจีนมีมากกว่า 150 ล้านคน หรือคิดเป็น 40% ของประชากรสูงวัยทั้งหมดในเอเชีย 


     การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรในลักษณะประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น แต่ประชากรวัยทำงาน (คือวัย 15-64 ปี) ลดลงถือเป็นสัญญาณเตือนเพราะจะกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เว้นเสียแต่ว่าประเทศนั้นจะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานเพื่อให้ผลผลิตมีปริมาณหรือคุณค่าเพิ่มสูงขึ้น หรือมีการใช้แรงงานผู้หญิงอย่างทัดเทียมกัน ยกตัวอย่างเช่น จีนมีจำนวนประชากรวัยทำงานคิดเป็น 70% ของประชากรทั้งหมด แต่ในทศวรรษถัดไป ประชากรวัยแรงงานจะลดลงเหลือไม่ถึง 60% ซึ่งความไม่สมดุลของโครงสร้างประชากรจะส่งผลต่อสถานะการเป็นประเทศมั่งคั่ง กล่าวคือ ยังไม่ทันไปถึงจุดนั้น ประชากรสูงวัยก็ล้นประเทศเสียแล้ว


     ทั้งนี้ ดีลอยท์มีการคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรจะทำให้เศรษฐกิจจีนหดตัวลง 4.2% ในอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศอื่นๆ ในเอเชียก็จะมีสภาพไม่ต่างกัน  โดยเฉพาะไทย ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ทั้งนี้ อัตราการเด็กเกิดใหม่ต่ำ อายุขัยของประชากรยืนยาวขึ้น การเกิดขึ้นของสังคมผู้สูงวัยที่มาพร้อมกับสภาวะการขาดแคลนประชากรวัยทำงาน ร่วมกับ productivity หรือประสิทธิภาพในการผลิตลดลง และงบประมาณที่มีจำกัดในการดูแลประชากรสูงวัยจะส่งผลด้านลบต่อประเทศเหล่านี้ โดยในอีก 10 ปี เศรษฐกิจสิงคโปร์และไทยจะหดตัว 8.4% และ 4.4% ตามลำดับ   


     ในขณะที่ประเทศอื่นๆ เผชิญกับปัญหาการลดลงของประชากรวัยทำงาน แต่อินเดียเป็นประเทศเดียวที่มีแนวโน้มประชากรวัยทำงานจะเพิ่มขึ้น อานิส จักรวารตี นักเศษฐศาสตร์ประจำดีลอยท์ อินเดียระบุกว่าครึ่งของแรงงานทั้งหมดในเอเชียจะมาจากอินเดีย มีการประเมินว่าแรงงานที่มีศักยภาพในอินเดียจะเพิ่มจาก 885 ล้านคนในปัจจุบันไปอยู่ที่ 1,120 ล้านคนในปี 2050 ที่สำคัญ แรงงานรุ่นใหม่ของอินเดียในอนาคตจะเป็นแรงงานที่มีการศึกษาและมีทักษะมากขึ้น จึงเป็นไปได้ที่จะนำพาเศรษฐกิจอินเดียให้สดใสไปด้วย


     สิ่งที่เราจะได้เห็นหลังจากนี้คือประเทศที่มีปัญหาด้านแรงงานอาจต้องเปิดรับแรงงานต่างชาติ ซึ่งการเลือกรับแรงงานที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวและมีทักษะจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจอันเป็นผลพวงจากประชาสูงวัยล้นประเทศได้ ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยอื่นหนุนเนื่องเช่นกัน อาทิ การกำหนดนโยบายของประเทศ และการควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ให้คงที่เพื่อจูงใจให้เกิดการย้ายถิ่นของแรงงานต่างชาติ


     แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของผู้สูงวัยอาจก่อปัญหา แต่ก็นำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจบริการสุขภาพ อาทิ โรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์ และสถานดูแลผู้สูงวัย รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวกับการสร้างที่พักอาศัยเพื่อคนชรา ซึ่งหลายบริษัทก็เริ่มเข้ามาดำเนินการแล้ว เช่น กลุ่มราฟเฟิล เมดิคอล กรุ๊ปจากสิงคโปร์ที่เตรียมเปิดโรงพยาบาล 2 แห่งในจีน และคลินิกในญี่ปุ่น ยังไม่นับรวมธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ไทยขึ้นชื่ออันดับต้นๆ 


ที่มา
https://asia.nikkei.com/Politics-Economy/Economy/Asia-will-be-home-to-60-of-world-s-elderly-by-2030s-Deloitte


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​​Broccolatte กาแฟไอเดียเก๋ ได้สุขภาพจากบรอกโคลี

หลายคนอาจคุ้นหูคุ้นตากับกาแฟรสชาติต่างๆที่เห็นอยู่ในท้องตลาดทั่วไป แต่วันนี้ลองมาทำความรู้จักกับน้องใหม่อย่าง Broccolatte หรือกาแฟที่มีส่วนผสมของบรอ..

by SME Thailand| 15 มิย. 2018

​​15th & Chris จากครัวเรือนจำสู่ร้านเบอร์เกอร์ห้าดาว

ระยะเวลา 10 ปีในเรือนจำ ทำให้ “เจมส์ เพียวริฟอย” ค้นพบตัวเองว่า สิ่งที่เขารัก เขาชอบ คือการทำอาหาร และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ 15th & Chris ร้านเบอ..

by SME Thailand| 12 มิย. 2018

​​แก้วิกฤติอย่างมืออาชีพ สตาร์บัคส์งานเข้าอีกรอบ! เจอเคสซ้ำเหยียดเชื้อชาติ

เมื่อสตาร์บัคส์ จะเจองานเข้าแบบถี่ๆ กับประเด็นเหยียดเชื้อชาติ 2 ครั้ง 2 คราในเวลาไล่เลียกัน แต่ก็ได้เห็นการแก้วิกฤติแบบมืออาชีพที่หลายแบรนด์ต้องดูไว้

by SME Thailand| 08 มิย. 2018