การเดินทางของสินค้าไทยสู่ดินแดนหมีขาว

by SME Thailand 18 พย. 2017
Text : ดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม
 
 
     แม้ว่ารัสเซียจะมีความสัมพันธ์กับไทยมายาวนาน อีกทั้งยังมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียมาเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และมีคนไทยไปเที่ยวรัสเซียเพิ่มขึ้นทุกปี แต่หากดูตัวเลขการค้าระหว่างกันกลับมีน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของตลาด โดยมูลค่าการส่งออกจากไทยไปรัสเซียมีมูลค่าไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทย ด้วยเหตุนี้ท่านผู้นำของทั้งสองประเทศจึงได้ตั้งเป้าเพิ่มตัวเลขนี้ให้สูงขึ้นภายใน 5 ปี


     สำหรับดิฉันเองได้มีโอกาสไปเดินสำรวจตลาดทั้งในกรุงมอสโค เมืองหลวงของรัสเซีย และเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวหลักของรัสเซีย โดยตั้งโจทย์ไว้ว่า สินค้าไทยอะไรที่เป็นที่นิยมของชาวรัสเซีย และสินค้าใดที่มีอนาคตสดใสในตลาดนี้ 


 

   การเดินสำรวจตลาดในร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ตระดับกลางและไฮเอนด์ของทั้งสองเมืองหลัก รวมทั้งที่ตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่แถวนอกกรุงมอสโค ประกอบกับการได้ไปสัมภาษณ์ผู้ค้าสินค้าไทยรายใหญ่ที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าประเภทอาหารจากไทยถึงสินค้าที่ได้รับความนิยมจากไทยนั้น พบข้อมูลที่น่าสนใจมากๆ ว่า การที่นักท่องเที่ยวรัสเซียมาเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนปีละหลายล้านคนนั้น ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารและผลไม้ไทยอันลือชื่อ และได้มีการซื้อสินค้าอุปโภค ทั้งของใช้ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น สบู่ แชมพู ยาสีฟันของไทย รวมถึงสินค้าสำหรับครัวเรือนต่างๆ ด้วยในขณะท่องเที่ยวอยู่เมืองไทย เมื่อติดใจก็ซื้อกลับไปใช้ที่บ้านและเป็นของฝาก

 
     เรียกว่านี่เป็นจุดเริ่มที่สำคัญของความนิยมสินค้าไทยของชาวรัสเซีย ต้องเข้าใจว่าเรามีวัฒนธรรมการกินอยู่ที่ต่างจากเขา ดังนั้น จะคิดว่าเอาสินค้าไทยไปเจาะตลาดเลยแบบที่เขาไม่เคยลองก่อนนั้น เป็นไปได้อยากมากๆ เช่น เอาน้ำมันนวดไทยไปขายที่นั่น ถ้าเขาใช้ไม่เป็น จะขายใคร แต่พอเขาได้ลองตอนมาใช้บริการนวดแผนไทยที่เมืองไทย ก็ติดใจกลายเป็นสินค้าขายดีมากๆ  ฉะนั้นนักท่องเที่ยวรัสเซียหลายล้านคนที่มาบ้านเราเป็นจุดที่ต้องไม่มองข้าม ทำอย่างไรให้เขาได้ลองสินค้าเรา เมื่อมีความต้องการที่บ้านเขา แน่นอนย่อมต้องมีคนอยากนำสินค้านั้นๆ ไปขาย ดิฉันนี่ทึ่งกับสินค้าไทยหลายรายการที่กลายเป็นของที่นิยมในรัสเซีย ที่ดังเป็นพลุแตกก็คือ ยาสีฟันสมุนไพรแบบโบราณยี่ห้อต่างๆ ทั้งแบบหลอด และตลับธรรมดาๆ ไม่ได้มีบรรจุภัณฑ์หรูหราอะไร แต่ส่งออกไปปีละ20-30 ล้านบาทได้

 
      นี่คือเรื่องจริง เพราะผู้ที่เป็น trader ใหญ่ที่สุดที่เน้นการจำหน่ายสินค้าพวกยาสีฟันและสินค้าที่เกี่ยวกับการรักษาช่องปากจากไทยเป็นคนเล่าให้ฟังเอง เจ้านี้เขาเริ่มจากการลองใช้ยาสีฟันสมุนไพรที่เพื่อนคนไทยเอาไปฝากที่รัสเซีย เขาติดใจมาก พอมาเที่ยวก็มาซื้อไปลองอีก ที่นี้ชอบมากเลยไปลองยี่ห้อนั้นนี้จนเจอสิ่งที่ใช่ คือ ยาสีฟันสมุนไพรยี่ห้อเก่าแก่ของเราที่มีสัญลักษณ์เป็นดอกไม้ จึงตัดสินใจติดต่อโรงงานและนำสินค้าของแบรนด์นี้ไปจำหน่ายจนขายดีทั่วรัสเซีย และขยายไปจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟันของแบรนด์นี้ทั้งหมด รวมถึงขยายไปขายสินค้าไทยตัวอื่นๆ ร้อยกว่าชนิด 

 
     ที่ทำให้ทึ่งอีกอย่างคือ ดิฉันได้ไปเดินร้านขายยาหรูในห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุด คือ ห้าง GUM แล้วไปเห็นยาสีฟันยี่ห้อนี้ที่เป็นแบบพรีเมี่ยมไม่ใช่ที่ขายในบ้านเรา วางชั้นบนสุดของชั้นเคียงคู่กับยาสีฟันแสนแพงจากสวิส ราคาขายที่ 1045 รูเบิ้ล ส่วนยาสีฟันยี่ห้อของรัสเซียวางอยู่ชั้นต่ำกว่า หน้าตาดูดีมากแต่ขายราคาที่ 189 รูเบิ้ล  ราคาต่างกันมากมาย ผู้นำเข้าบอกว่ายาสีฟันไทยนี่ขึ้นแท่นของขึ้นชื่อจากไทยอันดับต้นๆ ไม่น้อยหน้าความนิยมมวยไทยของชาวรัสเซียเลย ผู้นำเข้าสินค้าไทยรายใหญ่นี้ยังกระซิบมาว่า สินค้าที่มารุ่งพุ่งแรงนอกจากยาสมุนไพรก็ คือสินค้าพวกยาหม่องสีต่างๆ ทั้งพวกยาเขียว ยาเหลือง น้ำมันนวดชนิดต่างๆ แบบที่คนจีนชอบ ยิ่งพวกที่มีรูปเจ้าของติดด้วยแล้วยิ่งนิยมมาก นอกจากนี้ สินค้าพวกแชมพู สบู่ โลชั่นสมุนไพร  ยาอมสมุนไพรก็ติดตลาดมากเช่นกัน ขอให้เป็นของที่ผสมสมุนไพร หรือของจากธรรมชาติพวกผลไม้ต่างๆ คนรัสเซียจะชอบมากๆ

 
     ส่วนผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าประเภทของกินจากไทยบอกว่า คนที่นี่บ้ามะม่วงน้ำดอกไม้จนขึ้นสมอง ท่าทางจะจริง เพราะตอนขึ้นเครื่องบินไปรัสเซีย เห็นเขาถือตะกร้าพลาสติกแบบมีฝาปิดขึ้นเครื่องกันเกือบทุกคน ตอนแรกนึกว่าใส่ลูกหมาลูกแมว เห็นประคองกันอย่างดี พอแอบดูก็เห็นเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ เรียกได้ว่า จะเป็นแบบผลสด แบบอบแห้ง น้ำมะม่วง ขายดีหมด มีวางขายแทบทุกที ขนาดมะม่วงอบแห้งชื่อดังของฟิลิปปินส์ยังสู้เราไม่ได้ นอกจากนี้ ผลไม้พวกมังคุดก็นิยมมากเช่นกัน แถมราคาแพงด้วย อย่างมะม่วงผลไม่ใหญ่จะตกลูกละประมาณ 250 บาท มังคุดกิโลกรัมละเฉียดพัน หรืออย่างพวกกล้วยตากอบแห้ง สาหร่ายอบแห้ง เบียร์ไทยก็นิยมมาก ถือได้ว่าสินค้าไทยได้รับการยอมรับมากๆ แต่ผู้นำเข้าเจ้าใหญ่เหล่านี้บอกว่า สินค้าไทยยังมีไม่มาก อยากให้มีมาอีกเยอะๆ 

 
     การขายสินค้าไทยที่นี่จะเป็นแบบผู้นำเข้าซื้อไปจำหน่ายเอง คือเขาไม่นิยมกระจายสินค้าให้ใคร ถ้าชอบสินค้าใดก็จะซื้อมาจำหน่ายและทำการตลาดเอง โดยเจ้าของสินค้าไม่ต้องออกค่าการตลาดอะไร ขอให้ขายเขาในราคาที่ต่ำ เพื่อให้เขาทำกำไรได้ เพราะค่าขนส่งค่อนข้างแพง และค่าส่วนแบ่งการขายของห้างคิดสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระวัง คือการส่งสินค้าเข้าไปขาย ต้องใช้บริษัทที่สามารถทำพิธีศุลกากร เพราะรัสเซียมีกฎระเบียบเรื่องการนำเข้าสินค้าที่เข้มงวด หากมีเอกสารมาไม่ครบ หรือ กรอกเอกสารไม่ถูก สินค้าอาจขึ้นท่าไม่ได้ เสียค่าขนส่งกลับ หรือไม่ก็ต้องทิ้งกันไป เพราะไม่คุ้มค่าส่งกลับ หรือการขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้าพวกอาหารทั่วๆ นั้นไม่ยาก ใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ และค่าใช้จ่ายประมาณ 350 เหรียญสหรัฐ แต่ถ้าเป็นพวกปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาค่อนข้างยากมาก ต้องเชิญหน่วยงานราชการที่นั่นมาตรวจโรงงานที่เมืองไทยเพื่อขึ้นทะเบียนโรงงานก่อน แล้วจึงจะไปขอ อย.ได้ ค่าใช้จ่ายสูงมากเป็นล้านบาทต่อหนึ่งสินค้า ที่เป็นแบบนี้เพราะรัฐบาลเป็นห่วงเรื่องปริมาณสารปนเปื้อนโดยเฉพาะจำพวกตะกั่ว

 
      นอกจากสินค้าไทยที่กล่าวมาแล้วยังมีสินค้าอื่นๆ ที่มีโอกาส เช่น อะไหล่รถยนต์ต่างๆ เพราะที่นั่นเป็นอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์หลายยี่ห้อทั้งของยุโรป และเอเชีย นอกจากนี้ สินค้าจำพวกบริการ เช่น สปา ร้านอาหารไทย ก็เป็นที่ต้องการของตลาดมาก สำหรับสินค้าหลายตัวที่เป็นพวกเครื่องประทินผิว เครื่องสำอางต่างๆ หลายแบรนด์ที่แม้แต่เป็นแบรนด์ที่เราไม่คุ้นหูคุ้นตาเลย แต่ก็ไปได้ดิบได้ดีที่นั่นจากการไปออกงานแฟร์ที่จัดขึ้นปีละหลายครั้ง หากท่านอ่านเรื่องราวในฉบับนี้แล้วเกิดสนใจจะขยายธุรกิจไปประเทศรัสเซีย แนะนำให้ติดต่อไปที่สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่กรุงมอสโคว และคอยตามติดโครงการสนับสนุน SME ของหน่วยงานภาครัฐไทย เชื่อว่าหลายหน่วยงานจะมีโครงการเกี่ยวกับการค้าขายที่รัสเซียมาให้เห็นหลายๆโครงการ เพื่อสนองรับกับนโยบายของรัฐบาลแน่นอน 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 

Related Articles

​ส่องตลาดผู้สูงวัยเอเชีย โอกาสธุรกิจล้านล้านเหรียญ

ด้วยจำนวนผู้สูงวัยในเอเชียมีจำนวนมากมาย จากการคาดการณ์ของยูเอ็นในปี 2025 สัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของ 7 ใน 10 ของประเทศอาเซียนจะมีมากกว่า 7% แล..

by SME Thailand| 29 พย. 2017

​นักลงทุนไทยต้องรู้ ผลวิจัยใหม่ชาวเมียนมา ไม่สนแบรนด์ เน้นคุ้มค่า เฟสบุ๊กมีอิทธิพล

ประชากรมิลเลนเนียลชาวเมียนมาส่วนใหญ่หรือคิดเป็นร้อยละ 54 มองเรื่องคุณสมบัติการใช้งานของผลิตภัณฑ์และบริการเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

by SME Thailand.| 17 พย. 2017

​Michelin จากยางรถยนต์สู่อันดับดาวร้านอาหาร

หากจะพูดถึงแบรนด์เก่าแก่อันดับต้นๆ ของโลก แน่นอนว่าต้องมี มิชลิน (Michelin) ยี่ห้อยางล้อรถจากฝรั่งเศสติดอยู่ในรายชื่อด้วย เพราะเป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิ..

by SME Thailand.| 15 พย. 2017