การแจ้งเกิดของ Burbrit คราฟท์เบียร์รายแรกที่พลิกธุรกิจเบียร์ของเมียนมาร์

by SME Thailand. 12 กย. 2017
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

 
Cr.asia.nikkei.com
 
ถ้าพูดถึงตลาดเบียร์ในเมียนมาร์ แม้จะมีหลากหลายยี่ห้อวางจำหน่าย แต่ที่ครองส่วนแบ่งในตลาดมากที่สุดคือ Myanmar Beer แบรนด์ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างรัฐบาลทหารพม่ากับบริษัทคิริน โฮลดิ้งส์ ผู้ผลิตเบียร์คิรินจากญี่ปุ่น ปี 2014 ที่ผ่านมา Myanmar Beer ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 64% แต่พอปี 2015 ที่ไฮเนเก้นและคาร์ลสเบิร์กเข้ามาลงทุนสร้างโรงเบียร์ในเมียนมาร์ มีการคาดการณ์ว่าตลาดเบียร์ซึ่งมีมูลค่า 375 ล้านเหรียญสหรัฐจะเพิ่มเท่าตัวเป็น 675 ล้านเหรียญในปี 2018 เรียกได้ว่าตลาดเบียร์ในประเทศเพื่อนบ้านเรานี้ถือเป็นตลาดที่สดใสไม่น้อยเลยทีเดียว
 
นอกจากเบียร์ที่ผลิตจากโรงเบียร์ขนาดใหญ่ หลายปีมานี้ จะเห็นกระแสคราฟท์เบียร์หรือเบียร์นอกกระแส ตลอดจนเบียร์ทางเลือกเข้ามาตีตลาด ซี่งส่วนใหญ่เป็นการลักลอบผลิต แต่การแจ้งเกิดของ Burbrit คราฟท์เบียร์แบรนด์แรกของเมียนมาร์ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตอย่างถูกต้องจากรัฐบาลกลายเป็นดัชนีเล็ก ๆ ที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดเบียร์เมียนมาร์ โดยเมื่อเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว Burbrit ได้รับใบอนุญาตประเภท B-1 และเบื้องต้นได้ผลิตคราฟท์เบียร์ 3,000 ลิตร/เดือน ก่อนขยับเพิ่มมาอยู่ที่ 9,000 ลิตร/เดือน ทั้งนี้ทางโรงเบียร์ Burbrit มีกำลังการผลิตสูงสุดเดือนละ 15,000 ลิตร ปัจจุบัน Burbrit มีจำหน่ายตามบาร์และสถานบันเทิงกว่า 10 แห่งในเมืองย่างกุ้ง และกำลังเริ่มขยายช่องทางจำหน่ายไปยังร้านค้าที่อยู่นอกเมืองออกไป
 
ความเคลื่อนไหวของคราฟท์เบียร์น้องใหม่อย่าง Burbrit ถือเป็นชัยชนะสำคัญในตลาดที่ควบคุมอย่างเข้มงวด และผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือ Htin Lin และ Muang Zaw สองหนุ่มผู้เกิดและเติบโตในเมียนมาร์แต่จับพลัดจับผลูไปทำงานบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ และบริษัทซอฟต์แวร์ในสิงคโปร์ ทั้งคู่ชมชอบคราฟท์เบียร์เหมือนกันและเคยคุยกันเล่น ๆ ว่าหากมีโอกาสก็อยากกลับมาทำธุรกิจคราฟท์เบียร์ในประเทศบ้านเกิด ซึ่งดูแล้วแทบเป็นไปไม่ได้เพราะหลังจากที่รัฐบาลไฟเขียวให้ไฮเนเก้นและคาร์ลสเบิร์กเข้าไปผลิตเบียร์ พล.อ.เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ในขณะนั้นก็ประกาศงดออกใบอนุญาตผลิตเบียร์ชั่วคราว 
 
Htin Lin (ซ้าย) และ Muang Zaw (ขวา) 
 
ความที่เสียดายกับเวลาและทุนที่ลงไปหากต้องยกเลิกกลางคัน Htin Lin และหุ้นส่วนจึงตัดสินใจยื่นขอใบอนุญาตไปก่อนโดยหวังจะพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าโครงการผลิตคราฟท์เบียร์ของพวกเขาสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคือเป็น ธุรกิจ SME ที่สร้างงาน สร้างรายได้ให้คนในประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และทำให้ภาพลักษณ์เมียนมาร์ดูทันสมัย 
 
หลังจากยื่นใบสมัครไปแล้ว กว่าจะผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ก็ใช้เวลาหลายปี ส่วนใหญ่หมดไปกับการถูกปฏิเสธ แต่ยังตื้อยื่นเข้าไปใหม่ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า จนในที่สุดก็ได้ใบอนุญาตมา Htin Lin เล่าว่าเขายังสงสัยและไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงยอมให้ใบอนุญาต แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเจ้าหน้าที่เองก็เริ่มอยากรู้ว่าสินค้าใหม่ของสองหนุ่มเป็นอย่างไรจึงมุ่งมั่นจะผลิตให้ได้ขนาดนี้ 
 
นับตั้งแต่เดินเครื่องผลิตได้ปีกว่า ๆ คราฟท์เบียร์ภายใต้แบรนด์ Burbrit ก็ผลิตออกมา 4 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ pale ale, blonde, Irish red ale และ English bitter ซึ่ง Htin และ Muang Zaw มีแผนจะเพิ่ม Cider และอีก 2 ชนิดในปลายปีนี้ คราฟท์เบียร์แบรนด์นี้ถือว่าแจ้งเกิดในวงการเพราะได้รับความนิยมอย่างมากตามสถานบันเทิง ผับ บาร์ในเมืองย่างกุ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่มาอาศัยในเมียนมาร์ สำหรับสนนราคา Burbrit จะราคาแพงกว่าแบรนด์อื่นเล็กน้อย เช่น Burbrit ขนาด 340 มล. ราคา 4,200 จ๊าต (103 บาท) ขณะที่ไฮเนเก้นขนาดเท่ากัน ขายเพียง 3,000 จ๊าตหรือราว 75 บาท 
 
ผู้ก่อตั้งคราฟท์เบียร์ Burbrit เผยเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เริ่มทดลองให้บริการเดลิเวอรี ส่งถึงบ้านให้กับลูกค้าที่อาศัยในย่างกุ้ง สำหรับแผนในอนาคต จะยังคงเน้นที่การรักษาคุณภาพของเบียร์ และจะเริ่มส่งไปจำหน่ายยังเมืองอื่น โดยเริ่มที่มัณฑเลย์เป็นเมืองแรก ความสำเร็จของ Burbrit ในการเจาะเข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดเบียร์ที่รัฐบาลครองอยู่เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย แม้ Burbrit จะนำร่องไปก่อน แต่ดูเหมือนผู้ลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพหลายรายยังรีรอที่จะเข้ามาเล่นในตลาดแห่งนี้ นั่นอาจเป็นเพราะนักธุรกิจทั้งต่างชาติและเมียนมาร์เองยังสับสนกับนโยบายที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาลว่าจะใช้เศรษฐกิจนำการเมือง หรือการเมืองนำเศรษฐกิจ เคยมีบริษัทแห่งหนึ่งสนใจนำเข้าคราฟท์เบียร์เข้ามาจำหน่าย แต่ก็ต้องล้มเลิกโครงการเนื่องจากต้านกฎเหล็กต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่ไหว
 
ลู้ค คอร์บิน นักวิจัยจากออสเตรเลียที่กำลังศึกษาตลาดเบียร์เมียนมาร์กล่าวว่าเขาคาดหวังจะเห็นตลาดคราฟท์เบียร์ในเมียนมาร์เติบโต ซึ่งคงเป็นไปได้ยากตราบใดที่รัฐบาลยังเข้มงวดกับการออกใบอนุญาตผลิตเบียร์ แต่ในอนาคตแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นคือผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ลงมาจับตลาดคราฟท์เบียร์ แต่จะมาในลักษณะการลงทุนซื้อโรงเบียร์ขนาดเล็กที่ผลิตคราฟท์เบียร์ อันนี้เป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอยู่แล้ว และมีโอกาสที่เกิดในเมียนมาร์ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ในขณะนี้โรงเบียร์ใหญ่ ๆ ยังสนใจตลาดเบียร์คอมเมอชียลมากกว่าคราฟท์เบียร์
 
ที่มา
https://asia.nikkei.com/Business/Consumers/Craft-beer-serves-heady-brew-to-Myanmar
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

Related Articles

​เมื่อสาววัยทำงาน กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของตลาดเบียร์ญี่ปุ่น

12 ปีที่ตลาดเบียร์ญี่ปุ่นซบเซาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มหญิงสาววัยทำงานกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ผู้ผลิตเบียร์ในญี่ปุ่นคาดหวังว่าจะช่วยเข้ามาพลิกตลาดเบี..

by SME Thailand.| 10 ตค. 2017

​เมื่อตลาดแฟชั่น plus-size กำลังเฟื่องในญี่ปุ่น

เหตุผลที่ร้านค้าปลีกไม่ค่อยนำเสื้อผ้าไซส์ใหญ่มาจำหน่ายเนื่องจากมีลูกค้าเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นที่ซื้อเสื้อผ้าไซส์ใหญ่ แต่อะไรที่ทำให้ตลาดแฟชั่น plus-..

by SME Thailand.| 14 กย. 2017

​UNIQLO โกยทุกช่องทางล่าสุดขายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติ

แม้จะเป็นแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นที่มีสาขากว่า 1,900 แห่งทั่วโลก แต่ก็ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างช่องทางการเพิ่มยอดขายใหม่ๆ ล่าสุดเพิ่งเปิดตัว UNIQLO To Go ตู..

by SME Thailand.| 01 กย. 2017