ในยุค 4.0 อี-คอมเมิร์ซกัมพูชาจะไปในทิศทางไหน ?

by SME Thailand. 04 กค. 2017
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

 
การก้าวเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลปัจจุบันทำให้หลายประเทศต่างพยายามปรับตัวเพื่อให้ทันกระแส โดยเฉพาะเทรนด์การทำธุรกิจผ่านอี-คอมเมิร์ซ ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างกัมพูชาเองก็พยายามผลักดันระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เช่นกัน ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่าอังค์ถัดซึ่งจัดขึ้นที่ เจนีวาเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เป็นการประชุม “สัปดาห์อี-คอมเมิร์ซ” ประจำปี มีตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา นายพัน โสรสักเองก็เข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อรับฟังข้อสรุปจากการประเมิน   ของอังค์ถัดว่าเหตุใดการเดินหน้าสู่การค้าดิจิทัลในกัมพูชาจึงไปไม่ถึงไหน อุปสรรคหลัก ๆ ที่กัมพูชากำลังเผชิญมี     3 ประการดังนี้
 
ประการแรกเป็นความล่าช้าในการออกกฎหมายใหม่ ๆ เกี่ยวกับอี-คอมเมิร์ซเพื่อให้ทันยุคสมัย กฎหมายที่ใช้ทุกวันนี้เป็นฉบับปี 1996 ซึ่งส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับบริการไปรษณีย์ ช่วงปี 2008 มีการร่างกฎหมายใหม่ออกมาหลายมาตราด้วยกัน แต่ก็ค้างคาอยู่อย่างนั้น ไม่มีการเสนอไปยังรัฐสภาเพื่ออนุมัติ ทำให้กัมพูชาไม่มีกฎหมายรองรับด้านอี-คอมเมิร์ซ
 
ประการที่สอง เป็นเรื่องของระบบขนส่งหรือโลจิสติกส์ที่ยังไม่พร้อม อันนี้เป็นปัญหาใหญ่เช่นกันเพราะนอกจากการส่งสินค้าจะไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่สามารถส่งสินค้าตรงถึงผู้รับ ไปรษณีย์กัมพูชายังไม่มีการบันทึกที่อยู่/ที่จัดส่งปลายทางอย่างเป็นระบบบนคอมพิวเตอร์ บางพื้นที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าพัสดุจะเดินทางไปถึง 
ประการสุดท้ายคือระบบการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเตอร์เน็ต เนื่องจากกัมพูชายังเป็นสังคมที่ใช้เงินสดเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าระบบธนาคารจะเริ่มแพร่หลาย ประชาชนก็ยังนิยมถือเงินสดในมือ ที่สำคัญธนาคารเองยังไม่มีระบบ         อี-แบงกิ้งอันเป็นตัวกลางที่ทำให้เจ้าของสินค้าและผู้บริโภคสามารถทำธุรกรรมการเงินได้ง่ายขึ้น 
 
เจ้าหน้าที่อังค์ถัดกล่าวว่ากัมพูชายังไม่อยู่ในจุดที่นำระบบอี-คอมเมิร์ซมาใช้อย่างเต็มตัวได้ อี-คอมเมิร์ซที่เกิดขึ้นประปรายในตอนนี้เป็นผลจากการพัฒนาของฝ่ายเอกชนมากกว่า ในขณะที่รัฐบาลแทบไม่มีส่วนสนับสนุนเลย แม้ช่วงหลังจะเห็นภาครัฐอย่างกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม กับกระทรวงพาณิชย์เริ่มขยับตัว แต่ก็ยังตามหลังกลุ่มเอกชนอยู่ดี สิ่งที่รัฐต้องทำในตอนนี้คือการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสถาบันการเงินของประเทศก่อนเพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้ประชาชนสามารถชำระเงินหรือทำธุรกรรมผ่านออนไลน์ได้อย่างกว้างขวาง
 
เชื่อว่าเมื่อใดที่รัฐบาลจับมือกับเอกชนพัฒนาระบบจนสามารถทำให้อี-คอมเมิร์ซแจ้งเกิดเต็มตัว กัมพูชาจะกลายเป็นน้องใหม่ที่น่าสนใจ และเป็นที่ดึงดูดของบรรดาเทคสตาร์ตอัพ รวมถึงผู้ประกอบการด้านอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบาที่น่าจะเตรียมเข้ามายึดหัวหาดเช่นกัน แต่วันนั้นจะมาถึงเมื่อไร คงต้องจับตาดู
 
ที่มา
www.phnompenhpost.com/business/e-commerce-slowed-government-report

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
B11

Related Articles

​การเดินทางของสินค้าไทยสู่ดินแดนหมีขาว

แม้รัสเซียจะมีความสัมพันธ์กับไทยมายาวนาน นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียมาเที่ยวเมืองไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และคนไทยเองก็ไปเที่ยวรัสเซียเพิ่มขึ้นทุกปี แต่..

by SME Thailand| 18 พย. 2017

​นักลงทุนไทยต้องรู้ ผลวิจัยใหม่ชาวเมียนมา ไม่สนแบรนด์ เน้นคุ้มค่า เฟสบุ๊กมีอิทธิพล

ประชากรมิลเลนเนียลชาวเมียนมาส่วนใหญ่หรือคิดเป็นร้อยละ 54 มองเรื่องคุณสมบัติการใช้งานของผลิตภัณฑ์และบริการเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

by SME Thailand.| 17 พย. 2017

​Michelin จากยางรถยนต์สู่อันดับดาวร้านอาหาร

หากจะพูดถึงแบรนด์เก่าแก่อันดับต้นๆ ของโลก แน่นอนว่าต้องมี มิชลิน (Michelin) ยี่ห้อยางล้อรถจากฝรั่งเศสติดอยู่ในรายชื่อด้วย เพราะเป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิ..

by SME Thailand.| 15 พย. 2017